ประเพณีนิยมการตบแต่งแต่ละเวลาด้วยชุดจีน

เหตุการณ์ในอดีตของประเทศจีนมีมานานถึง 5 พันปี พิธีกรรมเสื้อผ้าเสื้อผ้าชุดจีนก็มีมายาวนานไม่แพ้กัน ซึ่งในระยะเวลา 5 พันปีมานั้น  ชาวจีนได้รับอำนาจวาสนาเครื่องแต่งกายจากชนกลุ่มน้อย เผ่าต่าง ๆ ในประเทศจีน  รวมถึงวัฒนธรรมการแต่งกายเสื้อผ้าของชาวต่างชาติ ปนเปกันจนเป็นรูปร่างวิเศษของการแต่งกายชาวจีนในยุคนั้น ๆ ซึ่งการแต่งกายของชาวจีนนั้นมีความผัน อย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าจะมีการพัฒนาต่อไปอย่างไม่ระงับ

เนื่องมาจากชนกลุ่มน้อยเผ่า ๆ ต่างในประเทศจีนมีอยู่ถึง 42 เปอร์เซนต์ ของประชากรจีนทั้งหมด ซึ่งเมืองที่มีคนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่เยอะที่สุดคือเมือง หวินหนาน จึงจำเป็นที่จะต้องแยกประเภทวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวจีนออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มประเพณีนิยมการแต่งกายแต่ละเวลาของชาวจีนและกลุ่มการแต่งเนื้อแต่งตัวของคนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ในประเทศจีน ซึ่งมีอยู่ถึง 50 กว่า ชนเผ่า  ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้มักจะมีการแต่งกายที่มีลักษณะลักษณะเฉพาะและมักจะไม่มีการแก้ไขไปตามยุคสมัย ในฉบับนี้ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงประเพณีนิยมการแต่งเนื้อแต่งตัวแต่ละคราวของชาวจีน

สมัยฉิน  (221-220 ปีก่อนคริสต์ศักราช)     เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวสมัยฉินได้รับอิทธิพลจากแนวคิดอิ๋นหยางความเท่าเทียมของสรรพสิ่ง กฎแห่งความสมดุลของธรรมชาติ) เนื่องจากเวลาฉินค่อนข้างจะสั้น ดั้งนั้นสีของเสื้อจะเป็นการประสมระหว่างสีเครื่องแต่งกายที่ฉินซีฮ่องเต้เป็นผู้กำหนดและสีอาภรณ์ตามธรรมเนียมขนบธรรมเนียมของยุคจ้านกั๋ว

การเพิ่มโอกาสการนำเข้าสินค้าจากจีน

เพราะการเพิ่มวิถีทางการพาณิชย์ในการนำเข้าสินค้าเป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจการนำเข้าสินค้าจากจีน   importchinathai.com  จึงนำจุดสำคัญดีๆเนื่องด้วยการเพิ่มโอกาสการนำเข้าสินค้าจากจีน มาให้เพื่อนๆที่กำลังอยากลองทำกิจการการนำเข้าสินค้าจากจีนได้ทำความเข้าใจกันค่ะ

เพราะว่าพ่อค้า คนขายของตัวแทนขายที่นำเข้าสินค้าจากจีน นั้นก็ต้องอยากเพิ่มลู่ทางการทำมาค้าขายกันอยู่แล้ว หากลู่ทางธุรกิจนั้นเพิ่มขึ้น มีรายได้ยิ่งกว่าเดิม มีหน้าร้าน หรือวางขายทางออนไลน์ ก็แสดงว่ามีทางเลือกการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นยั่งยืนสามารถที่ทำให้มีเงินได้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ว่าจะรู้ได้ยังไงว่าจะเพิ่มลู่ทางการขายทางไหนดี วิธีเลือกการขายทางไหนที่ทำธุรกิจลงทุน ลงสินค้าแล้วสามารถดำเนินธุรกิจการค้าต่อไปได้ ไม่ขาดทุน เริ่มแรก ผู้สร้าง คนขายของ ผู้จำหน่ายคนกลางทั้งหลาย จะต้องดูวิธีเลือกการค้าทำเงินหลายๆ ทางไม่ว่าจะเป็นที่ตั้ง หน้าร้านขายของประจำที่ต้องค้าขายมีของซื้อของขายหน้าร้าน หรืออีกช่องทางหนึ่งที่กำลังมาแรงและ เป็นที่การตั้งกฎเกณฑ์อยู่ในขณะนี้ ก็คือ ขายทางเว็บไซต์ ทางออนไลน์นั่นเอง สามารถมีร้านขายของผ่านออนไลน์ได้ง่ายๆ และไม่ต้องเสียทุนรอนมีหน้าร้าน หรือต้องเลือกเฟ้นทำเลอะไรทั้งสิ้น แค่รู้การทำการตลาด หรือรู้วิธีโปรโมท ของซื้อของขายทำให้ ผู้ใช้รู้จักชื่อร้านค้าหรือสนใจผลิตภัณฑ์นั้นๆ และต้องเด่นในเรื่องการขาย ราคาต้องไม่แพงกว่าร้านอื่น ส่งของซื้อของขายเร็ว ที่สำคัญไม่โกงผู้บริโภคนั่นเอง เพราะการที่ผู้ค้าขาย ทำการทำงาน จะต้องไม่โกง มีความจงรัก ต่อลูกค้าทุกคนและจะต้องพูดจาน่าฟัง เป็นมิตรกับผู้ใช้ อย่างเดียวเอง กับการคัดวิถีทางการประกอบการค้าทางออนไลน์ ต่างๆ จะสร้างหน้าร้านด้วยตัวเองแบบไม่เสียเงินเลย ได้ง่ายๆ แต่อย่าพึ่งคิดว่าจะซื้อขายทำกิจการวิธีเลือกนี้วิธีเลือกเดียวแล้วจะรุ่ง จะต้องมีวิถีทางการค้าขายหลายๆ ทาง ที่สำคัญจะต้องมรหน้าร้านสำรองไว้ อย่าขายแต่ทางออนไลน์ช่องทางเดียวแค่นั้น เพราะวันหนึ่ง อาจปิดตัวได้โดยที่ไม่ทันตั้งตัว

คำอธิบายน่ารู้กล่าวถึงการรับจำนำรถ

ผู้รับจำนำ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผู้รับจำนำต้องสำรวจใบสำคัญเพื่อรถยนต์ให้ดีว่ารถยนต์ที่จะรับจำนำนั้นเป็นรถของผู้นำมาจำนำหรือเปล่า ตรวจทานดูสมุดบันทึกคู่มือการใช้จดทะเบียนสมรสรถ ดูในช่องผู้ถือเจ้าของว่าเป็นชื่อของผู้นำรถมาจำนำหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่จะต้องมีคู่มือทำเนาหรือมอบอำนาจของความเป็นเจ้าของผู้ถือสิทธิ์ขาด รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ที่มีส่วน เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัว ทะเบียนสมรส หนังสือยินยอมของคู่ชีวิต (ถ้ามี) ด้วยกันสุดท้ายก็กติกาจำนำ งานพิมพ์ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องให้ผู้นำรถมาจำนำลงลายมือชื่อรับแขกความชอบธรรมให้เข้าที่เข้าทาง

ผู้รับจำนำที่ไม่ซื่อสัตย์ คือ รับจำนำรถที่ถูกโกงเงินมา ซึ่งมิใช่รถของผู้นำมาจำนำ แม้มีตั้งใจคอร์รับชั่นอย่างนี้ คือเพื่อเสี่ยงเพราะเห็นแก่ดอกอันเกิดจากการรับจำนำร้อยละ 10 บาทต่อเดือน โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมาย ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์การรับของโจร เป็นข้อผิดพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เราจะรับทราบได้อย่างไรว่าคนนั้นคนนี้รับจำนำรถไว้โดยไม่สุจริต มีหลักในการพิพากษาว่า บุคคลนั้นหวังอะไรจากการรับจำนำ ถ้าหวังดอกเบี้ยอันเกิดจากการรับจำนำรถโดยไม่คำนึงถึงว่ารถคันนั้นเป็นรถที่ถูกคดโกงมา ถูกลักมา หรือเป็นรถที่ได้มาด้วยการกระทำความผิดอื่น (ตามมาตรา 357) คือรับไว้เพื่อค้นหาอรรถประโยชน์ที่มิควรได้โดยโปรดด้วยกฎหมายเช่นนี้ ในทางกฎหมายก็ถือว่าผู้รับจำนำนั้นมีเจตนาทุจริต การกระทำการตรงนั้นก็เป็นโทษทัณฑ์ฐานรับของโจร

ข้อผิดพลาดฐานรับของโจร เป็นความผิดต่อเนื้อที่ เป็นคดียอมความไม่ได้ ต่างกับข้อความแรกที่ผู้เช่าซื้อกินสินบนรถแล้วนำมาจำนำ พร้อมทั้งโทษทางอาญาก็แตกต่าง ฉันนั้นผู้รับจำนำที่ทุจริต มีสิทธิติดคุกฐานรับของโจร ส่วนผู้นำมาจำนำ ถ้าปรากฎว่ากินนอกกินในทรัพย์เขามา เช่น ยืมมา เช่ามา เช่าซื้อมา ฯลฯ แล้วนำมาจำนำ อย่างนี้ ก็มีสิทธิติดคุกฐานยักยอกได้ด้วย แต่โทษเบากว่ารับของโจร และยังเป็นความผิดอันตกลงความได้พร้อมด้วย

แม้คิดจะรับจำนำรถใครไว้เพื่อหวังดอกจำนำรายเดือน โปรดสังเกตรถคันนั้นให้ดีว่า เป็นรถที่แม่นยำตามกฎหมายหรือไม่ ผู้นำรถมาจำนำเป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในรถนั้นหรือไม่ ข้อรับรองของรถตรงหรือไม่ หากพบว่าทุกอย่างเที่ยงธรรมเข้าที่เข้าทาง จึงทำสัญญารับจำนำ อย่ารับจำนำรถโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถ้าอย่างนั้นแทนที่จะได้รับดอกตามที่หวัง อาจจะกลายเป็นเสียเงิน และเสียเสรีภาพแทน

วิธีการการปลูกคิ้วด้วยกรรมวิธีง่ายๆโดยใช้น้ำนม

หน้าของผู้มีชีวิตดิฉันเป็นได้ชี้อะไรได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นตา หู จมูก ปาก หรือกระทั่งคิ้ว ก็ทั้งนั้นถึงกระนั้นมีความหมายแด่หน้าตาของเราหมดด้วยกัน ลองดูนึกฝันดูสิค่ะว่า ต่างว่ามีบางอย่างตกหายจากหน้าของคุณแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง หรือไม่ถึงขนาดต้องสูญไปหรอกค่ะ เพียงแค่มันปฏิวัติไปน้อยในทางที่มิชอบ ก็ล้วนแล้วแต่มีผลพวงต่อความงดงามบนใบหน้าได้แล้ว

ส่วนหนึ่งส่วนใดที่ท่านทำได้คิดดูว่าไม่เด่น ไม่ใช่หรือให้นัยกับมันน้อยกว่าอวัยวะอื่นๆ นั่นก็คือ ‘คิ้ว‘ หลังคาของใบหน้าที่รอบรู้ยักน้ำกระสายคุณให้กลายไปเป็นคนละคนได้เลย คนทั้งหมดที่เกิดมาไม่ใช่ว่าจะมีคิ้วที่เรียบร้อยถูกใจไปได้เสียทั้งสิ้น เพราะมีคนมากที่เกิดมากับปัญหาคิ้วบาง คิ้วตก หรือตัวปัญหาคิ้วอื่นๆ ซึ่งทุกตัวปัญหาที่เกิดขึ้น คุณอาจจะจำเป็นต้องแก้ไขโดยการเขียนคิ้วเพื่อเติมเต็มคิ้วให้สมบูรณ์ตามหลักที่คุณปรารถนา ทำนองก็ตาม กรรมวิธีแก้ไขปมเพียงนี้ไม่ใช่วิธีการที่ปึกแผ่น เพราะทุกทีที่คุณลบเครื่องหอมออก โฉมหน้าของคุณก็จะกลับไปเป็นเช่นเดิม แล้วอย่างนี้พอจะมีวิธีไหนบ้างไหม ที่จะทำได้เติมเต็มความเข้มของคิ้วให้อยู่กับคุณได้ทุกเวลา เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

น้ำนมปลูกคิ้ว

ปรากฏชัดหรือไม่ก็ไม่ค่ะว่า น้ำนมไม่เพียงแต่จะลุ้นเอาอกเอาใจกระดูกและฟันของเราเท่านั้นเอง แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ยังรอบรู้เลี้ยงดูเส้นขนหรือเส้มผมได้อีกด้วย เพียงแค่คุณเอาฟองน้ำหรือสำลีมาจุ่มน้ำนมธรรมดาๆ แล้วนำมาซับเบาๆที่คิ้วของท่าน

ทิ้งไว้จนแข่นแล้วล้างออก โปรตีน วิตามินและแร่ต่างๆที่อยู่ในน้ำนม จะช่วยหนุนต่อมเส้นขน และทำให้คิ้วดูดกดำมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นคงและความยาวของเส้นขนคิ้วได้อีกด้วย

เลือกเครื่องพิมพ์ยังไงให้เหมาะสมกับการใช้งาน

%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c

 

เครื่องพิมพ์หรือปริ้นเตอร์ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับงานเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นในองค์กรและพิมพ์เอกสารเพื่อใช้งานพิมพ์เอกสารทั่วไป โดยลักษณะผู้ใช้งานในแต่ละรูปแบบของการพิมพ์ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของการใช้งาน เรามาทำความรู้จักกับเครื่องพิมพ์ในแต่ละรูปแบบกัน โดยจะแยกตามการใช้งานทั่วไป ดังนี้

  1. เครื่องพิมพ์ดอตเมตริกซ์ เป็นเครื่องพิมพ์ประเภทเครื่องแบบหัวเข็ม ลักษณะการทำงานนั้นจะเป็นในรูปแบบของผ้าหมึกคล้าย ๆ กับการทำงานของเครื่องพิมพ์ดีด ส่วนใหญ่เรามักจะพบเจอเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ตามสำนักงาน ซึ่งข้อดีของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือความประหยัดของหมึกเมื่อเทียบกับตลับหมึกแบบบอื่น ๆ โดยความละเอียดของตัวหมึกนั้นจะสามารถรองรับการพิมพ์ความละเอียดสูงสุดได้ที่ 360X360 จุดต่อตารางนิ้ว โดยจำนวนของหัวพิมพ์ส่วนใหญ่นั้นจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ 24 และ 32 หัวเข็ม ยิ่งหัวเข็มมากก็สามารถพิมพ์งานได้ละเอียดขึ้นไปด้วย โดยส่วนใหญ่เครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกซ์จะเป็นหัวพิมพ์แบบสีเดียว เพื่อใช้สำหรับพิมพ์ตัวอักษรเป็นหลัก ดังนั้น งานพิมพ์จะเป็นงานเอกสารเป็นส่วนใหญ่ เครื่องพิมพ์ในลักษณะนี้เหมาะกับผู้ใช้แบบสำนักงานมากกว่า เพราะด้วยข้อจำกัดของกระดาษที่จะต้องเป็นกระดาษเฉพาะแบบยาวในการพิมพ์

ส่วนจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือ ตลับหมึกที่สามารถพิมพ์งานได้ยาวนาน จึงช่วยประหยัดงบในการซื้อตลับหมึกได้มาก เพราะเครื่องสามารถพิมพ์ได้เป็นเวลายาวนาน

  1. เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ เป็นอีกหนึ่งประเภทของเครื่องพิมพ์ที่ให้คุณภาพในการพิมพ์สูงสุด ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์พรินเตอร์นี้ราคาค่อนข้างจะสูง รวมไปถึงราคาของหมึกพิมพ์ที่สูงอีกด้วย โดยหลักการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์นี้เป็นการใช้ความร้อนในการรีดหมึกออกมา ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบกาารพิมพ์ให้รองรับทั้งการพิมพ์แบบเลเซอร์สีและเลเซอร์ขาวดำ โดยเราเรียกกันว่า เครื่องพิมพ์เลเซอร์พรินเตอร์ขาว-ดำ และเครื่องเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ซึ่งคุณสมบัติการพิมพ์ในเรื่องของการพิมพ์นั้นมีความไวสูง และคุณภาพในการพิมพ์ถือว่ามีคุณภาาพที่สุดแล้ว ด้วยหมึกที่รีดด้วยความร้อนจากผงหมึกที่ให้ความละเอียดได้ดีกว่า Inkjet และยังรักษารายละเอียดต่าง ๆ ให้คงที่อยู่ได้เมื่อโดนน้ำ ทำให้เครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีราคาที่สูง บวกกับการพัฒนาของผู้ผลิตเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่ทำเอาเทคโนโลยีมัลติฟังก์ชันเข้ามาใช้ เพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวกขึ้นของผู้ใช้ทำให้การทำงานของผู้ใช้งานทำได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งพิมพ์ผ่านระบบไร้สาย รองรับการพิมพ์ผ่านระบบเครือข่าย ส่ง Fax และทำการ Scan หรือถ่ายเอกสาร ถือว่าเป็นเครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชันได้อีกเช่นกัน ในเรื่องของจุดเด่นของเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์นี้ก็มีอยู่ไม่น้อย คือ พิมพ์เร็วและเงียบที่สุด คุณภาพหมึกที่ดี และยังกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง รองรับการพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ รองรับการใช้งานอื่น ๆ เช่น งานถ่ายเอกสาร งานแสกนและงานเอกสารอื่น ๆ และอีกทั้งยังรองรับการใช้งาน Fax ได้รองรับการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายได้อีกด้วย

 

  1. เครื่องพิมพ์แบบอิงก์เจ็ต เป็นเครื่องพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานธรรมดาอย่างนักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงกลุ่มองค์กรก็ดี ในการทำงานของตัวเครื่องอิงก์เจ็ตนั้นจะเป็นลักษณะของการฉีดน้ำหมึกลงบนตัวกระดาษ โดยจะรองรับการพิมพ์ทั้งภาพสีและดำ ซึ่งผู้ผลิตแต่ละค่ายก็จะมีคุณภาพหมึกและราคาแตกต่างกันไป โดยราคาหมึกนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อในระดับหนึ่ง เพราะราคาหมึกหลังจากซื้อนั้นมีราคาที่แตกต่างกัน และอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับเครื่องพิมพ์แบบอิงก์เจ็ต ก็คือ เครื่องพิมพ์บางรรุ่นนั้นยังสามารถรองรับการพิมพ์กระดาษขนาดมากกว่า A4 ได้อีกด้วย สามารถรองรับการพิมพ์กระดาษขนาดกว้าง ๆ ได้ถึงขนาด A3 ซึ่งในปัจจุบันทางผู้ผลิตก็พยายามพัฒนาเครื่องพิมพ์ให้รองรับการใช้งานในระบบบข้อมูลเข้าเครื่องพิมพ์ได้สะดวกมากขึ้่นด้วยการใส่ USB เข้ามาเพิ่มความสะดวกในกาพิมพ์ เพิ่มเครื่องแสกน เข้าไปในตัวเครื่อง เพื่อให้รองรับการพิมพ์เอกสารและลูกเล่นอื่น ๆ ที่รองรับการพิมพ์ที่มากขึ้น จนเรียกกันอีกรูปแบบว่า เครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชัน ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งาน และรองรับการใช้งานในรูปแบบของการพิมพ์เอกสารและงานภาพพิมพ์ต่าง ๆ รวมทั้งเพิ่มความสะดวกอื่น ๆ เข้าไปได้อีกด้วย

 

ในเรื่องของจุดเด่นของเครื่องพิมพ์แบบอิงก์เจ็ตก็มีอยู่มาก  คือ ราคาเครื่องถูกและหาซื้อง่าย รองรับกระดาษได้ทั้ง A4 และ A3 รองรับการพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ รองรับการใช้งานอื่นๆ อาทิเช่น งานถ่ายเอกสาร , งานแสกน และงานเอกสารอื่น ๆ อีกทั้งรองรับการใช้งาน Fax ได้อีกด้วย

วิธีการประหยัดต้นทุนการพิมพ์และลักษณะของตลับหมึกพิมพ์

วิธีการประหยัดต้นทุนการพิมพ์และลักษณะของตลับหมึกพิมพ์
ปรินเตอร์นับเป็นอุปกรณ์ไอทีอีกชนิดหนึ่งที่คนทั่วไปรู้สึกว่ามันเลือกซื้อยากพอๆ กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเลยทีเดียว แม้แต่คนไอทีเองบางครั้งก็เลือกไม่ถูกหรือแนะนำได้ไม่ตรงใจคนซื้อ จริงๆ แล้วปรินเตอร์ก็เหมือนกับอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ คือถ้ารู้ความต้องการของเรา และรู้ความสามารถของสิ่งที่ต้องการซื้อ

ตลับหมึกพิมพ์ที่นำเข้าเป็นตลับพลาสติกมีหลายรุ่น ขนาดต่างๆ กันแบ่งตามลักษณะได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้

  1. ตลับหมึกพิมพ์ ไม่มีหัวพิมพ์ ประกอบด้วยหมึกพิมพ์สี (สีดำหรือแม่สี) บรรจุตลับพลาสติก อาจมีสมาร์ทชิพประกอบร่วมอยู่ที่ส่วนหัว การใช้งานโดยการนำตลับใส่ในเครื่องให้คว่ำตลับลง เพื่อให้น้ำหมึกไหลไปยังหัวพิมพ์ฉีดหมึกโดยตรง หรือผ่านท่อพลาสติก กรณีเครื่องพิพม์องค์เจ็ตขนาดใหญ่จะติดตั้งสมาร์ทชิพเพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำหมึกพิมพ์ว่าเพียงพอสำหรับงานพิมพ์แต่ละครั้งด้วย
  2. หัวพิมพ์อิงค์เจ็ท หรือ หัวพิมพ์อิงค์เจ็ทและตลับล้างหัวพิมพ์จัดเป็นชุดเพื่อการขายปลีก ลักษณะของหัวพิมพ์ประกอบด้วยตลับรองรับน้ำหมึก ห้องพ่นหมึก แผนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ตัวต้านทานความร้อนและหัวฉีดหมึกแต่ละห้องพ่นหมึก ซึ่งมีรูขนาดเล็กมาก จำนวนมากถึง 408 หัวฉีด การทำงานเมื่อกระแสไฟฟ้าถูกปล่อยเข้าตัวต้านทานทุกห้องพ่นหมึกที่ต้องการพ่นหมึกให้เป็นตัวอักษร ตัวต้านทานจะถูกทำให้ร้อนขึ้นจนถึงอุณหภูมิ 4800C จนน้ำหมึกกลายเป็นฟองอากาศเกิดแรงดันที่ผิวของน้ำกับหมึก ทำให้น้ำหมึกขนาดเล็กหลุดออกจากหัวฉีดไปถูกกระดาษ กรณีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตขนาดใหญ่เมื่อมีการใช้งานมากน้ำหมึกจะติดที่หัวพิมพ์ จะมีตลับล้างหัวพิมพ์มาด้วย สำหรับติดตั้งในเครื่องเพื่อเช็ดทำความสะอาด
  3. ตลับหมึกพิมพ์ที่มีหัวพิมพ์อิงค์เจ็ทติดตั้งอย่างถาวร หรือตลับหมึกพิมพ์ ตลับหัวพิมพ์ และตลับล้างหัวพิมพ์จัดเป็นชุดเพื่อการขายปลีก สินค้าชนิดที่ 3 มี 2 ประเภท คือ ประเภทหนึ่งออกแบบมาใช้กับเครื่องพริ้นเตอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องพิมพ์องค์เจ็ตขนาดใหญ่ อีกประเภทหนึ่งออกแบบใช้กับเครื่องจักร หรือเครื่องอุปกรณ์หลายชนิด

วิธีการประหยัดต้นทุนการพิมพ์

  1. ใช้โหมดการพิมพ์ดราฟท์หากยังไม่ใช่สำเนาชุดที่จะใช้จริง
  2. ใช้ฟอนท์ขนาดเล็กลงหากพิมพ์เพียงเพื่อจะตรวจสอบเท่านั้น
  3. ควรเปิดเครื่องไว้เพราะทุกครั้งที่เปิดหรือปิดเครื่องนั้นพรินเตอร์จะไล่หมึกทิ้งเพื่อทำความสะอาดหัวพิมพ์
  4. เลือกพรินเตอร์แบบตลับหมึกแยกสีหากคุณพิมพ์ภาพถ่ายเป็นจำนวนมาก เพื่อให้คุณได้ประหยัดเพราะจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนตลับหมึกทั้งหมดเมื่อหมึกหมดเพียงหนึ่งหรือสองสี
  5. ใช้กระดาษให้คุ้มค่าที่สุด เช่นพิมพ์ภาพขนาด 4R สี่ภาพบนกระดาษ A4 เพียงแผ่นเดียว

คำแนะนำในการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ให้ตอบโจทย์มากที่สุด

ในทุกบ้านมักจะมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตใช้กันเกือบหมดแล้ว  ซึ่งช่วยให้เราสะดวกสบายกว่าแต่ก่อนมาก   แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะเป็นสิ่งจำเป็นคู่กันกับการใช้ pc หรือ notebook  ก็คือการมี printer ไว้สำหรับพิมพ์งานต่างๆ ตามที่เราต้องการ แต่ printer ในสมัยนี้กับมีให้เลือกหลากหลายรุ่น และด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายทำให้เป็นการยากที่จะเลือกเครื่องพิมพ์ดีๆ ในบทความนี้จึงขอแนะนำวิธีการเลือกเครื่องพิมพ์ให้ตอบโจทย์มากที่สุด

เทคนิคในการเลือกเครื่องพิมพ์ มีดังนี้

1.คิดถึงความต้องการของตัวเอง ให้คิดถึงความต้องการใช้งาน ณ ปัจจุบันก่อนเป็นอันดับแรก  เช่น ปรินท์งานเอกสารขาวดำมากที่สุด รองลงมาคือปรินท์สี หรือเอาแบบง่ายที่สุดคือให้คิดเฉพาะว่าเราปรินท์แบบไหนบ่อยที่สุดแล้วมันจะนำไปสู่ปรินเตอร์แบบที่เราต้องการจริงๆ

2.อย่าเปรียบเทียบความเร็วในการพิมพ์จากคำที่บริษัทใช้โฆษณา แต่ให้เทียบความเร็วในการพิมพ์ที่ความละเอียดที่เราต้องการใช้งาน เพราะเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตจะใช้ความเร็วสูงสุดเป็นจุดขาย แต่เราจะใช้งานที่ความละเอียดสูงบ่อยกว่ามาก

3.ก่อนจะซื้อเครื่องพิมพ์ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ของผู้ผลิตเสียก่อน เพื่อดูว่าบริษัทมีการอัพเดตไดรเวอร์และมีข้อมูลทางเทคนิคบริการเอาไว้ให้

4.อิงค์เจ็ตหรือเลเซอร์ ปรินเตอร์อิงค์เจ็ตและเลเซอร์นั้นสามารถตอบสนองงานได้หลายประเภทมากกว่าและสนนราคาก็จับต้องได้มากกว่าด้วย

5.ความเร็ว ความเร็วในการพิมพ์นั้นมักจะมีหน่วยเป็นจำนวนหน้าต่อนาทีหรือ Page per Minute (PPM) ยิ่ง PPM มากก็ยิ่งดี

6.กระดาษที่รองรับ คนส่วนมากใช้กระดาษ A4 ในการปรินท์ หรือบางคนทำงานกับกระดาษขนาดที่ไม่ใช่ A4 ก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย จึงเป็นเรื่องดีกว่าถ้าเราจะมองหาปรินเตอร์ที่สามารถใช้งานกับกระดาษได้หลายรูปแบบ

7.สำรวจงบประมาณที่ต้องการซื้อ ที่คุ้มค่ากับการใช้งาน ซึ่งหากตัดฟังก์ชันบางอย่างหรือคุณสมบัติที่ไม่ต้องการออกไป  ก็จะทำให้สามารถลดงบประมาณในการซื้อลงได้

8.การรับประกันและการบริการหลังการขาย ควรตรวจสอบดูให้ดีว่า printer ที่เราซื้อมานั้นมีการรับประกันหรือไม่อย่างไรบ้าง  เพื่อจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังหากเกิดปัญหาขึ้น   หรือมีการบริการอื่นๆ อีกหรือไม่

จากคำแนะนำข้างต้นการเลือกซื้อ printer ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คงพอจะทำให้คุณผู้อ่าน  สามารถซื้อ printer ที่คุ้มค่าและเหมาะสมได้มากที่สุด

วิธีจัดเก็บตลับหมึกพิมพ์ที่ควรทราบ

ตลับโทนเนอร์ ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆที่ไวต่อแสง อุณหภูมิและความชื้น ดังนั้น ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อรับประกันถึงประสิทธิภาพสูงสุด คุณภาพสูงสุดและอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด โดยเก็บตลับโทนเนอร์ไว้ในสภาพแวดล้อมเดียวกับการใช้งานเครื่องพิมพ์ ซึ่งควรมีการควบคุมสภาวะอุณหภูมิและความชื้น ตลับโทนเนอร์ควรอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ยังไม่เปิดออกจนกว่าจะนำมาใส่ในเครื่องพิมพ์ แต่ถ้าไม่มีบรรจุภัณฑ์เดิม ให้ใช้กระดาษคลุมทับช่องด้านบนสุดที่เปิดอยู่ของตลับโทนเนอร์และเก็บไว้ในตู้อับแสง การเปิดบรรจุภัณฑ์ของตลับโทนเนอร์ก่อนนำมาใช้จะทำให้อายุการใช้งานลดลง ที่สำคัญห้ามเก็บตลับโทเนอร์ไว้บนพื้น ถ้านำตลับโทเนอร์ออกจากเครื่องพิมพ์ ให้เก็บตลับโทเนอร์อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ เช่น

1.เก็บตลับโทนเนอร์ไว้ภายในถุงป้องกันของบรรจุภัณฑ์เดิม

2.เก็บโดยวางไว้ในแนวนอน โดยให้หันด้านที่ติดตั้งเข้าในเครื่องพิมพ์ขึ้นด้านบน

3.อย่าเก็บอุปกรณ์สิ้นเปลืองไว้ในสภาพต่อไปนี้:

4.อุณหภูมิที่สูงกว่า 40 องศา

5.ช่วงของความชื้นน้อยกว่า 20% และไม่เกิน 80%

6.สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงของความชื้นหรืออุณหภูมิอย่างรวดเร็ว

7.สัมผัสโดนแสงแดดหรือแสงภายในห้องโดยตรง

8.บริเวณที่มีฝุ่น

9.เก็บไว้ในรถยนต์เป็นเวลานาน

10.สภาพแวดล้อมที่มีแก๊สที่มีฤทธิ์กัดกร่อน

11.สภาพแวดล้อมที่อากาศมีไอระเหยของเกลือเจือปนอยู่

โดยอายุการใช้งานตลับโทเนอร์ที่ประมาณไว้ จะขึ้นอยู่กับปริมาณของโทเนอร์ที่งานพิมพ์ต้องการ จำนวนการพิมพ์ได้ที่แท้จริงอาจแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับความเข้มหมึกของหน้าเอกสารที่พิมพ์ สภาพแวดล้อมในการทำงาน รอบระยะเวลาในการพิมพ์ ประเภทของวัสดุที่ใช้พิมพ์ และขนาดของวัสดุที่ใช้พิมพ์ หากพิมพ์ภาพกราฟิกเป็นจำนวนมาก จะทำให้สิ้นเปลืองโทนเนอร์สูงและอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนตลับโทนเนอร์บ่อยครั้งขึ้น

ดังนั้น เพื่อให้เกิดการใช้งานของตลับหมึกพิมพ์ที่ยาวนานขึ้น ควรจะต้องมีการจัดเก็บตลับหมึกในที่ที่เหมาะสมพร้อมทั้งดูแลรักษาเป็นอย่างดี เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ตลับหมึกสามารถที่จะมีระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกด้วย

การดูแลและรักษาเครื่องพิมพ์ให้อยู่ไปนานๆ

การตัดสินใจซิ้อเครื่อง

การตัดสินใจซิ้อเครื่องพิมพ์ นอกจากจะพิจารณาราคาเริ่มต้นของการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์แล้ว สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ ความคุ้มค่า คุ้มราคาในการใช้งานในระยะยาว ที่สำคัญควรจะมีการดูแลรักษาเครื่องพิมพ์เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานด้วยกันดังนี้

– การตัดสินใจซิ้อเครื่องพิมพ์ นอกจากจะพิจารณาราคาเริ่มต้นของการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์แล้ว สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ ความคุ้มค่า คุ้มราคาในการใช้งานในระยะยาว ที่สำคัญควรจะมีการดูแลรักษาเครื่องพิมพ์เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานด้วยกันดังนี้

– ดูแลหัวพิมพ์ของเครื่องพรินเตอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันของหัวพิมพ์พรินเตอร์ได้ เพราะบ่อยครั้งที่มีน้ำหมึกบางส่วนตกค้างแล้วไหลไปจับกันเป็นคราบที่บริเวณส่วนปลายของหัวพิมพ์แล้วทำให้ตลับหมึกออกอาการแปลก ๆ หรือสีเพี้ยน รูปภาพขนาด ซึ่งวิธีแก้ไข คือ นำตลับหมึกออกมาจากพรินเตอร์แล้วค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณหัวพิมพ์ด้วย Cotton buds ห้ามใช้กระดาษชำระและแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด และต้องใช้ความระมัดระวังในการใส่ตลับหมึกเข้าและดึงออกด้วย เพื่อไม่ให้ช่องใส่ตลับหมึกหักเสียหาย การรักษาความสะอาดของหัวพิมพ์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้งานพิมพ์ที่ได้มีปริมาณมากขึ้น

– การเก็บรักษาพรินเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน โดยต้องเก็บไว้ในสภาพที่มีตลับหมึกอยู่ในเครื่องด้วย เพราะการนำตลับหมึกออกจะเป็นการเปิดให้อากาศเข้ามา ทำให้ท่อทางเดินน้ำหมึกแห้ง

– บำรุงรักษาเครื่องพรินเตอร์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหาการทำงานที่ผิดปกติของเครื่องพรินเตอร์ เช่น การหมั่นกำจัดเศษกระดาษ และเศษฝุ่นผง เพราะการทำความสะอาดด้วยการเป่าเศษผงและฝุ่นออกด้วยเครื่องเป่าลมธรรมดา ๆจะช่วยให้เครื่องพรินเตอร์ของเราสามารถป้อนกระดาษได้อย่างไม่ติดขัดและอีกอย่างคือการจับตลับหมึกในขณะเปลี่ยนตลับหมึกอย่างระมัดระวังก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรต้องคำนึงถึง

– อย่าให้หัวพิมพ์อุดตัน เพราะจะทำให้งานพิมพ์ที่ได้เป็นลายเส้น ๆ พาดหน้ากระดาษหรือหมึกสีจางกว่าปกติ ที่สำคัญอย่าปล่อยให้ตลับหมึกพิมพ์ที่เคยใช้งานแล้ววางทิ้งไว้เฉย ๆ นอกเครื่องพรินเตอร์ เพราะจะทำให้หมึกแห้งหมด

– การทำความสะอาด Roller ที่ใช้ดึงกระดาษที่สามารถซับน้ำได้ดีแล้วฉีดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียให้หมาด ๆ จากนั้นก็ป้อนเข้าไปในพรินเตอร์ซ้ำ ๆ ประมาณ 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นก็ป้อนกระดาษธรรมดาเข้าไปเพื่อซับให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยล้างคราบหมึกและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนลูกกลิ้งกระดาษได้แล้ว

–  ควรปิดและเปิดเครื่องพิมพ์ด้วยสวิตซ์ เพราะเครื่องพิมพ์จะเก็บและทำความสะอาดหัวหมึกหลังจากกดสวิตซ์ปิดที่ตัวเครื่อง ที่สำคัญไม่ควรถอดปลั๊กไฟเนื่องจากจะทำให้เครื่องพิมพ์เสียเร็ว

– ไม่ควรนำหมึกต่างยี่ห้อมาเติม เพราะจะทำให้ตลับหมึกอุดตันได้รวดเร็วขึ้น แถมหมึกเติมที่ไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้หัวพิมพ์เสียหายได้อีกด้วย

– ควรเปลี่ยนน้ำหมึกเมื่อมันเตือนว่าหมด เช่น ในกรณีที่หมึกสีหมดแต่ก็ยังจะฝืนพิมพ์งานขาว-ดำต่อ เพราะคิดว่าหมึกดำยังเหลือ ไม่ได้ใช้หมึกสี ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ในความเป็นจริงความร้อนที่หัวพิมพ์ก็ยังคงมีอยู่ เมื่อเราฝืนพิมพ์จะทำให้ความร้อนที่หัวพิมพ์เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่มีน้ำหมึกมาหล่อเลี้ยง ซึ่งอาจมีผลให้เครื่องพิมพ์เสียหายได้

วิธีการใช้งานพรินเตอร์คุณภาพสูง

ในองค์กรสำนักงานต่างๆ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำนักงานที่ได้มาตรฐาน ยกตัวอย่างเช่น พรินเตอร์คุณภาพสูง ที่จะทำให้คุณภาพของงานออกมาแบบสมบูรณ์แบบ และพื้นฐานในการพิมพ์ภาพง่ายๆ มีดังนี้
1.มาตรฐานความละเอียด ค่า dpi เป็นจำนวนจุดในพื้นที่ 1 ตารางนิ้วบนภาพ นอกจากความลtเอียดแล้วต้องแน่ใจด้วยว่าภาพถ่ายนั้นๆ มีขนาดที่ใหญ่พอที่จะนำไปพิมพ์ลงบนกระดาษที่ต้องการด้วย ไม่เช่นนั้นภาพจะแตกเป็นรอยหยักได้
2.จำเป็นต้องบันทึกภาพให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น TIFF หรือ JPEG
3.ควรนำภาพนั้นมาตรวจสอบหรือทำการปรับแต่งด้วยโปรแกรมปรับแต่ง ช่วยให้ภาพถ่ายมีความคมชัด มีความถูกต้องสีและแสงมากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่การลดจุดรบกวนสีในภาพที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล นอกจากนั้นการนำฟิลเตอร์ลักษณะต่างๆ มาใช้กับภาพก็จะยิ่งทำให้ภาพที่ดูมีคุณภาพขึ้นด้วย
4.พรินเตอร์ของคุณควรใช้ไดรเวอร์ที่เป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด ภายในไดรเวอร์เวอร์ชันใหม่ๆ ก็มักจะมีค่ากำหนดบางอย่างสำหรับการพิมพ์เพิ่มเข้ามาด้วย โดยเฉพาะฟังก์ชันการปรับแต่งภาพและการเลือกใช้ระบบสีที่เหมาะสม
5.ควรกำหนดให้พรินเตอร์พิมพ์ภาพด้วยความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่พรินเตอร์จะทำได้ด้วย โดยเลือกที่หัวข้อ Best, Fine, Highest หรือกำหนดใช้ค่าความละเอียดสูงสุดที่พรินเตอร์ระบุ
7.ควรเลือกใช้เฉพาะหมึกที่ออก แบบไว้สำหรับพิมพ์ภาพถ่ายจริงๆ พรินเตอร์บางรุ่นสามารถใช้หมึกพิมพ์ได้ทั้งชนิดธรรมดาและแบบพิมพ์ภาพถ่าย
8.กระดาษพิมพ์ภาพถ่ายหรือ Photo Paper และในการกำหนดค่าการพิมพ์คุณก็ต้องระบุการใช้กระดาษให้เป็นกระดาษพิมพ์ภาพถ่ายด้วย หรือถ้าเป็นกระดาษสำหรับพิมพ์ภาพถ่ายชนิดอื่นก็กำหนดให้ตรงกันด้วย
9.ควรทำความสะอาดและปรับหัวพิมพ์ ในซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ของพรินเตอร์รุ่นต่างๆ จะมี Tools สำหรับใช้บำรุงรักษาเครื่องเตรียมไว้ให้ผู้ใช้ใช้ด้วย ซึ่ง Tools เหล่านี้ก็มีผลต่อคุณภาพของภาพพิมพ์ได้ด้วย โดยเฉพาะการปรับค่าระยะหัวพิมพ์ให้มีความเหมาะสมและการทำความสะอาดหัวพิมพ์
10.คุณควรรอให้หมึกแห้งสนิทจริงๆ ก่อนด้วยการปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 18 ชั่วโมง แม้ว่าผู้ผลิตจะออกแบบหมึกพิมพ์และกระดาษมาให้สามารถแห้งได้ภายในเวลาอันสั้น แต่ทางที่ดีคุณควรรอให้หมึกแห้งสนิทจริงๆ

วิวัฒนาการสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีมาอย่างยาวนาน

hachetสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นสื่อสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยกระจายความรู้ ข่าวสาร เรื่องราว แนวความคิด ประเพณีวัฒนธรรม และธุรกิจต่างๆไปสู่สังคมมนุษย์อย่างเป็นประสิทธิภาพ และสังคมยิ่งมีความก้าวหน้ามากเพียงใดยิ่งต้องการแพร่กระจายข่าวสารข้อมูลมากขึ้นเพียงนั้น ซึ่งในปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลมากและเป็นที่ยอมรับกันว่าโลกมนุษย์ในยุคปัจจุบันนี้เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารที่ต้องการความรู้และข้อมูลต่างๆมาเป็นพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาและตัดสินใจ การให้บริการด้านข่าวสารที่มีประสิทธิภาพจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งซึ่งทำให้เกิดศาสตร์แขนงใหม่มานั้นคือ การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันระบบการพิมพ์มีความก้าวหน้าขึ้นโดยได้นำเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์มาช่วยจัดการกับงานพิมพ์มีความกว้าหน้าขึ้น ทำให้การสร้างสรรค์งานพิมพ์ง่ายขึ้น แต่ยังมีปัญหาที่ตามมาคือไฟล์ต้นฉบับสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ส่งมาไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการทำงานของโรงพิมพ์

ผู้ออกแบบโดยมากจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับเป็นจุดมุ่งหมายแรกของการออกแบบ ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับมีทั้งประโยชน์ในการใช้สอยและประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร การออกแบบเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่สำคัญได้แก่ ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ เช่น อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพทางการเกษตรมี แห อวน ไถ เป็นต้น ประโยชน์เหล่านี้จะเน้นประโยชน์ทางกายโดยตรง สำหรับประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารได้แก่ การออกแบบหนังสือ โปสเตอร์ งานโฆษณา ส่วนใหญ่มักจะเน้นวิธีการถ่ายทอด และสื่อสารถึงกันด้วยภาษาและภาพ ซึ่งสามารถรับรู้ร่วมกันได้อย่างดี ผู้ออกแบบจำเป็นจะต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ซึ่งการออกแบบโดยมากมักจะเกี่ยวข้องกับจิตวิทยาชุมชนประโยชน์ด้านนี้จะเน้นทางด้านความศรัทธาเชื่อถือและการยอมรับตามสื่อที่ได้รับรู้

วิวัฒนาการของกระบวนการพิมพ์ทั่วไปในอดีตที่ประกอบไปด้วยขั้นตอนตั้งแต่การเรียงพิมพ์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รวบรวมขั้นตอนต่างๆเหลือเพียง2 ขั้นตอนคือ การเตรียมการจัดให้ออกมาเป็นฟิล์มสำเร็จและขั้นตอนการทำแม่พิมพ์เท่านั้นและวิวัฒนาการนำไปสู่การพิมพ์ระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดเรียงพิมพ์ แยกสีด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่งสัญญาณไปสู่การพิมพ์เพียงขั้นตอนเดียวความต้องการสื่อสิ่งพิมพ์ของผู้บริโภคสื่อในยุคนี้ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการออกแบบเพื่อให้เกิดความงามจะเน้นประโยชน์ทางด้านจิตใจเป็นหลัก ซึ่งผลจากการออกแบบจะทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความสุข เกิดความพึงพอใจ การออกแบบประเภทนี้ได้แก่ การออกแบบด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ตลอดจนงานออกแบบตกแต่งต่าง ๆ เช่น งานออกแบบตกแต่งภายในอาคาร งานออกแบบ ตกแต่งสนามเป็นต้น สำหรับงานออกแบบกราฟิกที่ดีนั้นจะต้องมีเกณฑ์หรือบรรทัดฐานในงานออกแบบขึ้นมาเพื่อเป็นตัววัดและตัดสินใจว่างานไหนเป็นงานที่ดีหรือไม่ดี

เทรนด์ธุรกิจที่กำลังเป็นที่สนใจในแวดวงโรงพิมพ์

13

ธุรกิจโรงพิมพ์ถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าธุรกิจโรงพิมพ์แบบดั้งเดิมเริ่มจะอยู่รอดยากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัวตามปัจจัยเศรษฐกิจโลก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและภาคการส่งออกที่ยังไม่สดใสมากนัก ทำให้ธุรกิจโรงพิมพ์ซึ่งเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ของธุรกิจการพิมพ์ได้รับผลกระทบตามไปด้วย นอกจากนี้ จากพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ ลูกค้าต้องการอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น ความรวดเร็วในการรับบริการ ความหลากหลายของสินค้า หรือแม้กระทั่งกระแสความนิยมของสื่อออนไลน์ที่เพิ่มบทบาทอย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้มีการเพิ่มการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ทดแทนสื่อสิ่งพิมพ์มากขึ้นตามลำดับ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนให้เห็นว่าในระยะต่อไปผู้ประกอบการธุรกิจโรงพิมพ์ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงในตลาดเพื่อสร้างความอยู่รอดในอนาคต

ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวอยู่เสมอ ก็คือ การติดตามข่าวสารแนวโน้มธุรกิจ กระแสหรือเทรนด์ที่ได้รับความนิยมที่อาจจะส่งผลต่อความต้องการสินค้าและบริการของลูกค้า (เช่น เทคโนโลยีการพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทันสมัย สะดวกและรวดเร็ว หรือผลิตภัณฑ์สำหรับงานพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น) เพื่อนำมาวางแผนรับมือ รวมถึงปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันสถานการณ์ ในขณะเดียวกัน สิ่งที่จะละเลยไม่ได้เลยก็คือ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่เชี่ยวชาญในองค์กร ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงาน และการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมไปถึงการสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรเหล่านี้อยู่กับองค์กรไปในระยะยาว

สำหรับเทรนด์ธุรกิจที่กำลังเป็นที่สนใจในแวดวงโรงพิมพ์ก็คือ ความนิยมในระบบการพิมพ์แบบ Print on Demand ซึ่งเป็นระบบที่ลูกค้าสั่งพิมพ์งานในเวลาสั้นและมีจำนวนจำกัดตามที่ต้องการ ซึ่งด้วยจำนวนผลิตที่น้อยส่งผลให้การผลิตสิ่งพิมพ์ที่ต้องใช้ระบบออฟเซตที่มีคุณภาพมีต้นทุนสูง (ปกติต้องสั่งพิมพ์จำนวนมากจึงจะประหยัดต่อขนาดเช่น 1,000 เล่ม) ส่งผลให้มีการนำเอาระบบการพิมพ์แบบ Digital Printing ซึ่งไม่ต้องมีการถ่ายฟิล์ม ทำเพลต (การพิมพ์แบบไร้แม่พิมพ์ ซึ่งเป็นการพิมพ์ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่อพ่วงกับเครื่องพิมพ์หรือพรินเตอร์ต่อพ่วงกับเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตขนาดเล็กและใหญ่ หรือเครื่องพิมพ์เลเซอร์ความเร็วปกติจนถึงความเร็วสูง ซึ่งระบบดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมทั้งจากผู้ประกอบการโรงพิมพ์ รวมทั้งตรงตามความต้องการของลูกค้า และเป็นเทรนด์หนึ่งที่ผู้ประกอบการโรงพิมพ์ไม่ควรมองข้ามจุดนี้

ธุรกิจพิมพ์ภาพลงวัตถุ ธุรกิจที่อาศัยความคิดสร้างสรรค์

ธุรกิจพิมพ์ภาพลงบนวัตถุ เป็นธุรกิจที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า นอกจากนี้ยังช่วยลดขั้นตอนในการผลิต ธุรกิจพิมพ์ภาพลงบนวัตถุจึงมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

เครื่องพิมพ์ภาพลงบนวัตถุนั้นมีด้วยกันหลากหลายแบบ มีทั้งระบบกดความร้อน หรือเครื่องฮีตเพรส จนถึงระบบใหม่แบบสามมิติที่สามารถพิมพ์ภาพได้ตั้งแต่ลายการ์ตูน ลายกราฟิก ไปจนถึงภาพถ่ายส่วนตัว โดยสามารถพิมพ์ภาพลงไปได้จนถึงขอบด้านข้างเคสโทรศัพท์มือถือ พิมพ์ได้ทั้งวัสดุผิวโค้ง ผิวเรียบ และการจำหน่ายเคสโทรศัพท์มือถือก็กำลังเป็นที่นิยมด้วย

ในการพิมพ์ภาพลงบนวัตถุมีขั้นตอนคล้ายกับการพิมพ์ลงบนกระดาษ จะแตกต่างกันที่การใช้แม่พิมพ์สำหรับวางไว้ในเครื่องพิมพ์เท่านั้น โดยขั้นตอนแรกต้องคัดเลือกภาพที่ต้องการก่อน ทำการพิมพ์ภาพที่จะทำออกมาด้วยเครื่องพรินเตอร์ โดยระหว่างการพรินต์ภาพนั้นให้ทำการเปิดเครื่องพิมพ์ภาพเพื่อวอร์มเครื่องให้พร้อมสำหรับการพิมพ์ เมื่อได้ภาพแล้วจึงนำมาทาบลงบนวัตถุที่ต้องการ จากนั้นนำวัตถุที่ต้องการบรรจุลงเครื่อง ตั้งค่าความร้อน จากนั้นทำการปิดฝา โดยขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 4-10 นาที เมื่อครบกำหนดก็นำมาตรวจสอบความเรียบร้อยของชิ้นงาน

หลายคนอาจมองว่า ธุรกิจพิมพ์ภาพลงบนวัตถุอาจจะไม่ยั่งยืน แต่ในความเป็นจริงแล้วธุรกิจนี้สามารถนำไปต่อยอด เป็นธุรกิจที่อาศัยความคิดสร้างสรรค์แตกไลน์ไปสู่ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องได้ อักทั้งมีชิ้นเดียวในโลก โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนในการสั่งทำ และโอกาสทางธุรกิจยังมีอีกมาก เนื่องจากคู่แข่งยังมีน้อย และยังขึ้นอยู่กับไอเดียของผู้ประกอบการที่จะดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคได้แค่ไหน

ธุรกิจนี้สามารถทำเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักได้ เพราะใช้เวลาเพียงสั้นๆ ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่กว้างขวางก็สามารถทำได้หรือทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็สามารถทำธุรกิจนี้ได้ นอกจากนี้สามารถเจาะเข้าไปในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆได้ หรือโรงงานที่ผลิตเสื้อสำเร็จรูป และต้องการโลโก้ที่หลากหลาย แต่ไม่เน้นจำนวนมาก หรือเข้าไปเจาะกลุ่มธุรกิจร้านโฟโต้ต่างๆ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการประกอบธุรกิจนี้

ตลับหมึกสำหรับการพิมพ์สำหรับธุรกิจ

เมื่อต้องใช้เวลาไปกับการพิจารณาและเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ที่เหมาะกับธุรกิจสักเครื่อง ทั้งยังต้องลงทุนไปเป็นเงินจำนวนมาก แน่นอนธุรกิจของท่านจึงต้องการเครื่องพิมพ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการและมีอายุการใช้งานยาวนานตามที่ควรจะเป็น พร้อมความคาดหวังถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมโดยเฉพาะหากธุรกิจของท่านเป็นธุรกิจขนาดเล็ก

เมื่อคุณเริ่มมองหาที่จะซื้อ ตลับหมึก เพื่อเปลี่ยนในเครื่องปริ้นเตอร์ของคุณ สิ่งแรกที่จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างได้อย่างดี นั่นคือ ค่าใช้จ่ายที่แตกต่างระหว่างตลับหมึกแท้และตลับหมึกเทียบเท่า รวมถึงอุปกรณ์การเติมหมึกเข้าไปในตลับหมึก แน่นอนที่สุด

ปัจจุบัน คุณมีทางเลือกที่หลากหลายและคุ้มค่าต่อค่าใช้จ่าย และถ้าทางเลือกการใช้ ตลับหมึกเทียบเท่า ชุดอุปกรณ์เติมหมึก หรือ แทงค์หมึก นั้นสามารถทำให้คุณได้งานในคุณภาพงานเทียบเท่ากับการเลือกใช้ ตลับหมึแท้ ก็ตาม จึงเป็นอีกคำตอบหนึ่งที่คุณจะได้ทางเลือกที่คุ้มค่าเงินที่สุด

เครื่องพิมพ์ปัจจุบันที่นิยมใช้มีสามชนิดคือ 1.ชนิดดอทเม็ททริกเหมาะสำหรับงานบัญชีที่ต้องพิมพ์ต้นฉบับพร้อมสำเนา 2.ชนิดเลเซอร์ ปัจจุบันราคาเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ได้ลดลงอย่างมากข้อดีคือความเร็วของการพิมพ์ แต่ปกติที่ใช้งานมากจะเป็นชนิดพิมพ์ได้เฉพาะขาว-ดำ ส่วนเครื่องพิมพ์เลเซอร์ชนิดสีนั้นตลับหมึกพิมพ์ยังมีราคาสูงอยู่ ผู้ใช้งานทั่วๆ ไปจึงยังไม่นิยมใช้ 3.ชนิดอิงค์เจ็ทข้อดีคือสามารถพิมพ์สีได้ ซึ่งปัจจุบันเครื่องพิมพ์ชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด แต่ข้อเสียของเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ก็คือต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นกระดาษจะสูงที่สุด ยกตัวอย่างยี่ห้อ Canon รุ่น PIXMA MP237 ใช้ตลับหมึกดำรุ่น PG-810 และตลับหมึกสีรุ่น CL-811 ซึ่งราคาของตลับหมึกทั้งสองรวมกันประมาณ 1,200 บาท ในขณะที่พิมพ์ได้อย่างมากสุดประมาณ 600 แผ่นกระดาษ A4 เท่านั้น เฉลี่ยแผ่นละ 2 บาท ถ้าเราต้องการพิมพ์ 3,000 แผ่นจะต้องเปลี่ยนตลับหมึกถึง 5 ชุด เป็นราคา 6,000 บาท ในขณะที่จากการทดลองเติมน้ำหมึกให้กับตลับหมึกแทนการเปลี่ยนตลับหมึกใหม่ พบว่าตลับหนึ่งชุดสามารถพิมพ์ได้มากกว่า 3,000 แผ่น ซึ่งนอกจากสามารถลดค่าใช้จ่ายได้แล้วยังสามารถลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์จากการทิ้งตลับหมึกได้อีกด้วย

การเติมน้ำหมึกโดยการถอดตลับหมึกออกจากเครื่องแล้วฉีดน้ำหมึกลงในตลับโดยตรงมีข้อแนะนำทุกยี่ห้อว่า ควรถอดปลั๊กไฟของเครื่องพิมพ์ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีก่อนจะถอดตลับออก ทั้งนี้เพราะเครื่องพิมพ์เกือบทุกยี่ห้อจะตรวจจับพฤติกรรมการถอดตลับของผู้ใช้ เมื่อตลับเดิมมีสถานะว่าหมึกใกล้หมด หรือหมึกหมดแล้ว และมีการถอดออกมาเติมน้ำหมึกแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ เครื่องพิมพ์จะไม่ทราบว่าน้ำหมึกกลับมาเต็มแล้ว แต่จะระงับการใช้งานตลับนั้นเลย ซึ่งบางรุ่นพอจะมีวิธีแก้ปัญหาอยู่บ้างแต่ไม่สำเร็จเสมอไป (สามารถหาวิธีการได้ตามในเครือข่ายออนไลน์) นอกจากนี้การเติมน้ำหมึกบ่อยๆ อาจจะไม่สะดวกสำหรับการใช้งานพิมพ์ในปริมาณมากๆ ดังนั้นถ้าติดแท็งค์น้ำหมึกเพื่อให้น้ำหมึกเติมลงไปเองขณะที่พิมพ์ จะสามารถช่วยให้พิมพ์งานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าน้ำหมึกจะหมดเมื่อไหร่ ทั้งนี้เรามองเห็นน้ำหมึกได้ และสามารถเติมได้โดยง่ายลงในแท็งค์โดยตรง

โครงสร้างธุรกิจและโอกาสทางการตลาดธุรกิจการพิมพ์


ศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจการพิมพ์ ในส่วนของธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยใช้ Diamond Model สรุปได้ว่า ด้านปัจจัยการผลิตได้เปรียบด้านวัตถุดิบ คือ กระดาษ ด้านอุตสาหกรรมสนับสนุนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องของเครื่องจักรและวัสดุหมึกพิมพ์ ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ในด้านการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมธุรกิจโรงพิมพ์ขนาดเล็กมีการแข่งขันสูง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เข้าง่ายและออกง่าย และธุรกิจโรงพิมพ์ขนาดใหญ่มีความได้เปรียบในด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการ ทั้งนี้ ในส่วนของภาครัฐยังให้การสนับสนุนไม่เพียงพอ ในด้านโอกาสทางการตลาดในประเทศมีโอกาสเติบโตมาก สรุปได้คือ
-อัตราการบริโภคยังต่ำ มีแนวโน้มการบริโภคที่มากขึ้น เช่น นิตยสาร Pocket Book
-มีการผลักดันที่จะให้ประเทศไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
-การเปิดเสรี ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง
-มีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น การตั้งโรงงานกระดาษ Recycle
-รัฐมีนโยบายสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ในภูมิภาค

นอกจากนี้ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศไทยยังมีจุดแข็งในเรื่องของแรงงานที่ค่าจ้างยังไม่สูงมาก อีกทั้ง มีนิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์เพื่อธุรกิจการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะ อาจกล่าวได้ว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์แห่งแรกของโลก ชื่อ “นิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์สินสาคร” ที่จะผลักดันให้เกิดอาณาจักรอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั้งระบบ ตังอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 20 กิโลเมตร

ในส่วนของตลาดต่างประเทศ ประเทศไทยยังมีการส่งออกสิ่งพิมพ์น้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการในตลาดโลก ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 26,752.50 ล้าน US$ โดยประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออก 10,000 ล้านบาท หรือ ประมาณ 250 ล้าน US$ คิดเป็นประมาณ 1 % ของ World Demand เท่านั้น แสดงให้เห็นโอกาสในตลาดต่างประเทศยังมีสูงมาก นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยเปิดเสรีทางการค้ากับประเทศต่างๆ ทำให้ไทยมีโอกาสในการขยายตลาดในต่างประเทศสูงขึ้น ดังนั้น จากศักยภาพในการแข่งขัน จุดแข็งและโอกาสทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจการพิมพ์ สามารถที่จะผลักดันให้เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงและขยายไปยังต่างประเทศต่อไปได้ ทั้งนี้ คู่แข่งที่สำคัญของไทยในภูมิภาคได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ โดยอาจมีมาเลเซียสอดแทรกอยู่ ซึ่งสหพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์ถือเป็น Benchmark ที่อุตสาหกรรมการพิมพ์ของไทยจะต้องแข่งขันให้ได้ โดยที่สิงคโปร์มีผู้ประกอบการ 500 ราย น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย ซึ่งมี 3,500 ราย แต่มีมูลค่าการส่งออกสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ 600 ล้าน US$ หรือประมาณ 24,000 ล้านบาท ต่อปี มากกว่าประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าการส่งออกสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ 10,000 ล้านบาท ประมาณ 1.5 เท่า ทั้งนี้ สิงคโปร์มี จุดแข็งในเรื่องของแรงงานที่มีทักษะและการศึกษาสูง การพิมพ์มีคุณภาพและมาตรฐานสูง สำนักพิมพ์ (Publisher) ต่างชาติใช้ฐานการผลิตสูง และการโทรคมนาคม การขนส่ง มีประสิทธิภาพ ราคาต่ำ ในขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งในเรื่องของความสามารถในการผลิตวัตถุดิบได้เอง โดยเฉพาะในเรื่องของกระดาษ และค่าจ้างแรงงานไทยยังต่ำมากเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ และที่สำคัญประเทศไทยกำลังจะมีนิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์แห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาค