โครงสร้างธุรกิจและโอกาสทางการตลาดธุรกิจการพิมพ์


ศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจการพิมพ์ ในส่วนของธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยใช้ Diamond Model สรุปได้ว่า ด้านปัจจัยการผลิตได้เปรียบด้านวัตถุดิบ คือ กระดาษ ด้านอุตสาหกรรมสนับสนุนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องของเครื่องจักรและวัสดุหมึกพิมพ์ ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ในด้านการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมธุรกิจโรงพิมพ์ขนาดเล็กมีการแข่งขันสูง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เข้าง่ายและออกง่าย และธุรกิจโรงพิมพ์ขนาดใหญ่มีความได้เปรียบในด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการ ทั้งนี้ ในส่วนของภาครัฐยังให้การสนับสนุนไม่เพียงพอ ในด้านโอกาสทางการตลาดในประเทศมีโอกาสเติบโตมาก สรุปได้คือ
-อัตราการบริโภคยังต่ำ มีแนวโน้มการบริโภคที่มากขึ้น เช่น นิตยสาร Pocket Book
-มีการผลักดันที่จะให้ประเทศไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
-การเปิดเสรี ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง
-มีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น การตั้งโรงงานกระดาษ Recycle
-รัฐมีนโยบายสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ในภูมิภาค

นอกจากนี้ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศไทยยังมีจุดแข็งในเรื่องของแรงงานที่ค่าจ้างยังไม่สูงมาก อีกทั้ง มีนิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์เพื่อธุรกิจการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะ อาจกล่าวได้ว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์แห่งแรกของโลก ชื่อ “นิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์สินสาคร” ที่จะผลักดันให้เกิดอาณาจักรอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั้งระบบ ตังอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 20 กิโลเมตร

ในส่วนของตลาดต่างประเทศ ประเทศไทยยังมีการส่งออกสิ่งพิมพ์น้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการในตลาดโลก ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 26,752.50 ล้าน US$ โดยประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออก 10,000 ล้านบาท หรือ ประมาณ 250 ล้าน US$ คิดเป็นประมาณ 1 % ของ World Demand เท่านั้น แสดงให้เห็นโอกาสในตลาดต่างประเทศยังมีสูงมาก นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยเปิดเสรีทางการค้ากับประเทศต่างๆ ทำให้ไทยมีโอกาสในการขยายตลาดในต่างประเทศสูงขึ้น ดังนั้น จากศักยภาพในการแข่งขัน จุดแข็งและโอกาสทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจการพิมพ์ สามารถที่จะผลักดันให้เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงและขยายไปยังต่างประเทศต่อไปได้ ทั้งนี้ คู่แข่งที่สำคัญของไทยในภูมิภาคได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ โดยอาจมีมาเลเซียสอดแทรกอยู่ ซึ่งสหพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์ถือเป็น Benchmark ที่อุตสาหกรรมการพิมพ์ของไทยจะต้องแข่งขันให้ได้ โดยที่สิงคโปร์มีผู้ประกอบการ 500 ราย น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย ซึ่งมี 3,500 ราย แต่มีมูลค่าการส่งออกสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ 600 ล้าน US$ หรือประมาณ 24,000 ล้านบาท ต่อปี มากกว่าประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าการส่งออกสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ 10,000 ล้านบาท ประมาณ 1.5 เท่า ทั้งนี้ สิงคโปร์มี จุดแข็งในเรื่องของแรงงานที่มีทักษะและการศึกษาสูง การพิมพ์มีคุณภาพและมาตรฐานสูง สำนักพิมพ์ (Publisher) ต่างชาติใช้ฐานการผลิตสูง และการโทรคมนาคม การขนส่ง มีประสิทธิภาพ ราคาต่ำ ในขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งในเรื่องของความสามารถในการผลิตวัตถุดิบได้เอง โดยเฉพาะในเรื่องของกระดาษ และค่าจ้างแรงงานไทยยังต่ำมากเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ และที่สำคัญประเทศไทยกำลังจะมีนิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์แห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาค

หมึกพิมพ์สำหรับนำมาใช้กับเครื่องพิมพ์ระบบดิจิตอล

 

หมึกพิมพ์สำหรับนำมาใช้กับเครื่องพิมพ์ระบบดิจิตอลนั้น จำเป็นต้องให้ความพิถีพิถันในการเตรียมเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะหมึกพิมพ์ต้องมีสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากหมึกพิมพ์สำหรับพิมพ์ซิลค์สกรีนทั่วไป เช่น สมบัติแรงตึงผิวของหมึกพิมพ์ และสมบัติการแห้งตัวของหมึกพิมพ์ต้องเหมาะสม สมบัติแรงตึงผิวของหมึกพิมพ์นั้นจะเป็นตัวควบคุมไม่ให้ละอองหมึกพิมพ์ยุบตัวหรือแตกเสียก่อน ก่อนที่จะพุ่งไปตกลงบนวัสดุพิมพ์ ส่วนสมบัติการแห้งตัวของหมึกพิมพ์ก็ต้องควบคุมให้มีความเหมาะสมด้วย ทั้งนี้เพราะถ้าหมึกพิมพ์แห้งตัวเร็วจนเกินไปก็อาจจะทำให้ปลายของท่อส่งหมึกนั้นเกิดการอุดตันเกิดขึ้น แต่ถ้าหมึกพิมพ์แห้งช้าจนเกินไปก็อาจจะทำให้ลายพิมพ์บนวัสดุพิมพ์นั้นไม่ชัดเจนเนื่องจากการแพร่ของหมึกพิมพ์ หมึกพิมพ์สำหรับเครื่อง Ink jet นั้น ส่วนใหญ่จะใช้สีรีแอคทีฟ และสีดิสเพิส แต่ปัจจุบันบริษัทพิมพ์สิ่งทอนิยมพิมพ์พิกเมนท์มากกว่า เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตถูกกว่าและการพัฒนาหมึกพิมพ์สำหรับเครื่องพิมพ์ Ink jet นั้น ก็ยังพบว่ามีอุปสรรคสำคัญ คือปัญหาการตกตะกอนของหมึกพิมพ์พิกเมนท์ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการอุดตันของท่อส่งหมึกเป็นประจำ ในปัจจุบันจึงยังไม่พบว่ามีการใช้หมึกพิมพ์พิกเมนท์อย่างแพร่หลาย

การพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีระบบดิจิตอลนั้น หมึกพิมพ์จะถูกพ่นลงบนตำแหน่งเดียวกันบนวัสดุ
พิมพ์หลายๆ ครั้ง จนกว่าจะได้เฉดสีตามต้องการ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการพิมพ์ด้วยซิลค์สกรีนที่หมึกพิมพ์แต่ละเฉดสีจะถูกพิมพ์ลงบนวัสดุสิ่งพิมพ์เพียงครั้งเดียวและได้เฉดสีตามต้องการทันที ทำให้อัตราเร็วของการพิมพ์ซิลค์สกรีนยังได้เปรียบอยู่มาก จึงอาจจะสรุปได้ว่าการนำเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบดิจิตอลมาใช้ในการพิมพ์สิ่งทอจึงอาจจะยังไม่มีข้อได้เปรียบมากนัก ยกเว้นในกรณีที่ออร์เดอร์ที่ได้รับนั้นต้องการส่งมอบทันที

เปรียบเทียบจุดเด่นระหว่างเทคโนโลยีระบบพ่นหมึกตามสั่งแบบต่อเนื่อง จุดเด่นของเทคโนโลยีทั้ง 2 แบบ คือเป็นเทคนิคการพิมพ์แบบไม่สัมผัส (Non-impact printing) จึงไม่ต้องการแม่พิมพ์ในการถ่ายโอนหมึกพิมพ์ลงบนวัสดุที่ต้องการพิมพ์และไม่ส่งเสียงรบกวนในขณะพิมพ์ และที่สำคัญขั้นตอนในการพิมพ์ก็ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อน แต่ความเร็วในการพิมพ์ระหว่างระบบพ่นหมึกตามสั่งและระบบพ่นหมึกแบบต่อเนื่องต่างกัน โดยที่ระบบพ่นหมึกแบบต่อเนื่องสามารถพิมพ์ด้วยความเร็วสูงกว่า ด้วยความถี่ของละอองหมึกพิมพ์ที่พ่นออกมาสูงถึง 100 KHz ในขณะที่ระบบพ่นหมึกตามสั่งมีความถี่จำกัดอยู่ที่ 10 KHz นอกจากนี้โอกาสที่จะเกิดการอุดตันก็น้อยกว่าเพราะละอองหมึกพิมพ์จะถูกพ่นออกมาตลอดเวลา แต่ข้อได้เปรียบของเครื่องพิมพ์พ่นหมึกแบบตามสั่ง คือมีอุปกรณ์น้อยกว่า ทำให้ประกอบง่าย ราคาของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้จึงต่ำกว่า

ศักยภาพของการพิมพ์ผ้าด้วยเทคโนโลยีระบบดิจิตอลในระดับอุตสาหกรรม การพิมพ์ระบบดิจิตอลในระดับ Production scale เป็นการลงทุนที่ต้องการงบลงทุนสูง แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศอุตสาหกรรมที่ต้นทุนค่าแรงสูง เช่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น โรงงานพิมพ์ผ้าระบบดิจิตอลแห่งแรกของโลกก็อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน คือบริษัท Seiren บริษัทอ้างว่าสามารถผลิตผ้าพิมพ์ล็อตเล็กๆ ที่ตลาดสามารถรับราคาขายได้ กลยุทธ์การทำธุรกิจของบริษัท Seiren นอกจากลงทุนติดตั้งเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิตอลแล้ว ยังได้นำเทคโนโลยี CAD และ 3D มาใช้ในการออกแบบการผลิต รวมทั้งควบคุมคุณภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และตัดผ้าด้วยเครื่องตัดผ้าอัตโนมัติ บริษัท Seiren ได้แสดงความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีติดตั้งระบบเครือข่ายระหว่าง Retail stores ผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป นักคอมพิวเตอร์ที่ดูแลด้านซอฟแวร์ออกแบบและบริษัท Seiren เอง โดยอาศัยเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิตทำให้ Seiren สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ ทำให้ต้นทุนการพิมพ์ด้วยระบบดิจิตอลสามารถแข่งขันกับเครื่องพิมพ์ระบบโรตารีสกรีนได้ โดยเฉพาะออร์เดอร์ที่มีขนาดระหว่าง 300 เมตรต่อสีที่มีต้นทุนการผลิตเท่ากัน แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้ Seiren สามารถผลิตสินค้าที่มีต้นทุนรวมได้เปรียบกว่า

การทำธุรกรรมในโลกปัจจุบันได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม การติดต่อระหว่างกันนิยมใช้ระบบออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์แบบดิจิตอลสามารถผสมผสานกลมกลืนเข้ากับเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี แบบลายในปัจจุบันนิยมออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ ภาพคอมพิวเตอร์สามารถเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของ Dot format ซึ่งเป็นคำสั่งการทำงานของเครื่องพิมพ์ระบบดิจิตอล คำสั่งที่อยู่ในรูป Dot format สามารถส่งออนไลน์ไปยังโรงงานพิมพ์ผ้าโดยตรง จะเห็นว่าการพิมพ์ระบบดิจิตอลเป็นเทคโนโลยีการพิมพ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบการพิมพ์แบบ Quick response เพื่อช่วยให้การจัดการผลิตได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตตามสั่ง สินค้าแฟชั่น ป้ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่างๆ และสินค้าหรูที่ผลิตในจำนวนจำกัด สินค้าในลักษณะนี้จำเป็นต้องการการส่งมอบรวดเร็วและมีคุณภาพสูง

การพัฒนาเครื่องพิมพ์สามมิติในการผลิตบรรจุภัณฑ์

esecurityjournal.com

การออกแบบบรรจุภัณฑ์มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แต่อยู่ในรูปแบบของสองมิติ ออกแบบอยู่ในกระดาษ ซึ่งไม่สามารถจับต้องตัวดีไซน์ได้จริง พอไปถึงขั้นตอนการผลิตชิ้นงานออกมา อาจไม่ตรงกับที่ได้ออกแบบไว้ในกระดาษ ทำให้มีการสูญเสียต้นทุนค่าใช้จ่ายในการออกแบบและการผลิตมากขึ้น

เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และเทคโนโลยีที่ได้รับการกล่าวถึงในเวลานี้ คือ 3D printing หรือการพิมพ์แบบสามมิติ หลายคนอาจคิดว่าเป็นการพิมพ์ลงบนกระดาษแบบสามมิติทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วคือการสร้างรูปโมเดลสามมิติขึ้นมาแบบเสมือนจริงหรือการขึ้นรูป

เครื่องพิมพ์สามมิติมีการค้นคว้ากันมานานถึง 30 ปี

และมีการพัฒนาให้สามารถใช้ในครัวเรือนได้ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์จากหลายสาขายังพยายามประยุกต์ใช้หลักการของการพิมพ์แบบสามมิติไปสู่งานวิจัยที่ซับซ้อนขึ้น ในอนาคตเราอาจได้เห็นสิ่งมีชีวิตใหม่ๆที่เกิดจากเครื่องพิมพ์สามมิติก็เป็นได้ หลักการของเครื่องพิมพ์สามมิติมีการนำไปใช้ในงานต่างๆมากขึ้น เช่น การออกแบบ วิศวกรรม การแพทย์ ไปจนถึงวิทยาการอวกาศและการบิน อีกทั้งยังมีเทคนิคและวิธีการพิมพ์แบบสามมิติเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เหมาะกับชิ้นงานและชนิดของวัสดุที่ต้องการขึ้นรูป

เครื่องพิมพ์สามมิติทำให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงกระบวนการผลิตได้ง่ายขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิต และสามารถนำไปใช้ในธุรกิจหลายๆประเภท สามารถผลิตได้เร็ว ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในหลายๆส่วน ไม่ต้องทำเบ้าหลอมขึ้นมาก่อนขึ้นวัสดุ

ในตอนนี้เครื่องพิมพ์เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคแล้ว และเริ่มมีผู้ใช้งานในระดับธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยต้นทุนที่ต่ำ สามารถพิมพ์ได้จากที่บ้าน และตัวแบบสามารถปรับเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ในธุรกิจขนาดใหญ่ยังนำไปสร้างบ้านกันเลยทีเดียว บริษัทที่ผลิตเครื่องพิมพ์สามมิติเริ่มมีการพัฒนาให้เครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์แบบผสมสีในตัวได้แล้ว โดยก่อนหน้านี้พิมพ์ได้แค่สีตามที่ตั้งไว้ แม้เครื่องพิมพ์จะมีหลายหัวฉีดก็ตาม และยังมีการพัฒนาให้เครื่องพิมพ์สามารถทำงานได้ไวขึ้น

ในประเทศไทยเองเริ่มมีการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติกันมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การนำมาใช้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม เพราะสามารถตอบโจทย์การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ไปถึงนวัตกรรมใหม่ๆที่จะนำไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของสินค้าในประเทศที่เหมาะสม ให้มีเอกลักษณ์สร้างแรงดึงดูดใจให้แก่ผู้บริโภค สามารถช่วยสร้างแบรนด์ได้

การพิมพ์ระบบอิงค์เจ็ท เทคโนโลยีการพิมพ์ ที่สมบูรณ์แบบ


เครื่องอิงค์เจ็ท มัลติฟังก์ชั่นคือเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานในบ้านและสำนักงานของคุณ เพราะช่วยคุณได้ทั้งในการสแกน ถ่ายเอกสาร พิมพ์งาน รวมถึงรับ-ส่งแฟกซ์ได้จากเครื่องมัลติฟังก์ชั่นขนาดกะทัดรัดเพียงเครื่องเดียว ทั้งยังสามารถกำจัดปัญหาการที่ต้องโยนหมึกพิมพ์ที่ยังไม่ได้ใช้ทิ้งไปด้วย ระบบตลับหมึกพิมพ์แยกสี ดังนั้นเมื่อใช้สีใดสีหนึ่งหมดไป คุณก็สามารถเปลี่ยนเฉพาะตลับหมึกที่ใช้หมดไปแล้วเท่านั้น  เป็นการช่วยลดทั้งปริมาณขยะและค่าใช้จ่าย

เทคโนโลยี Advance Capillary Tube Printing
เครื่องอิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชั่นรุ่นล่าสุดปฏิวัติเทคโนโลยีและกำจัดข้อจำกัดเดิมๆที่ว่า ตลับหมึกพิมพ์จะต้องถูกจัดวางไว้ที่เหนือหัวพิมพ์เท่านั้น แต่ตลับหมึกถูกจัดวางแยกออกจากหัวพิมพ์ และหมึกพิมพ์จะถูกส่งผ่านทางท่อลำเลียงหมึกสู่หัวพิมพ์โดยตรงในการพิมพ์

คุณประโยชน์ของเทคโนโลยีการพิมพ์ Capillary Tube
การคิดค้นสร้างสรรค์กลไกในการแยกตลับหมึกพิมพ์ออกจากหัวพิมพ์ ทำให้เกิดคุณประโยชน์ ดังนี้ :
- การออกแบบเครื่องให้มีขนาดกะทัดรัด
เนื่องจากตลับหมึกไม่ได้อยู่ติดกับหัวพิมพ์อีกต่อไป บราเดอร์จึงสามารถออกแบบตัวเครื่องอิงค์เจ็ท มัลติฟังก์ชั่น ให้มีขนาดที่เล็ก กะทัดรัด ลงตัวกับทุกพื้นที่ใช้สอย ทั้งที่บ้านและในสำนักงาน
- การใช้พลังงานน้อยที่ลง
เมื่อหัวพิมพ์สามารถทำงานโดยไม่ต้องแบกน้ำหนักของตลับหมึกพิมพ์ทั้งหมด จึงทำให้มีการใช้พลังงานลดลง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปพร้อมกับการักษาสิ่งแวดล้อม
- การพิมพ์ที่เงียบ ปราศจากเสียงรบกวน
เนื่องจากหัวพิมพ์มีน้ำหนักเบาขึ้น จึงช่วยลดการเคลื่อนไหวของเครื่องยนต์กลไกภายในเครื่องมัลติฟังก์ชั่นให้น้อยลงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดแรงสั่นสะเทือน ทำให้การพิมพ์มีความราบรื่น ปราศจากเสียงดังรบกวน
- วางใจได้เสมอในความคงทนของตัวเครื่อง
ด้วยน้ำหนักที่ลดลงของหัวพิมพ์ ทำให้มีการเคลื่อนไหวและการสั่นสะเทือนลดน้อยลง ช่วยลดการสึกหรอของส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่อง ช่วยให้เครื่องมีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น

ตลับหมึกพิมพ์แบบแยกตลับที่ช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่าย
การตัดสินใจซิ้อเครื่องพิมพ์ นอกจากจะพิจารณาราคาเริ่มต้นของการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์แล้ว สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ ความคุ้มค่า คุ้มราคาในการใช้งานในระยะยาว ซึ่งบราเดอร์เองให้ความสำคํยเสมอกับความความประหยัด และความคุ้มค่าการใช้งานในระยะยาว เครื่องอิงค์เจ็ท มัลติฟังก์ชั่น ที่ออกแบบตลับหมึกพิมพ์แบบแยกสี และแยกจากหัวพิมพ์ นอกจากจะทำให้หัวพิมพ์มีอายุการใช้งานยาวนาน ยังช่วยให้คุณประหยัด เมื่อสีใดสีหนึ่งหมดลง คุณก็สามารถเปลี่ยนเฉพาะตลับหมึกของสีที่หมดไปเท่านั้น ไม่ต้องเปลี่ยนตลับหมึกใหม่ทั้งชุดหรือเปลี่ยนทุกสีอีกต่อไป

การเลือกซื้่อตลับหมึก สำหรับการพิมพ์ ให้คุ้มกับราคาและประสิทธิภาพการใช้งาน

เมื่อต้องใช้เวลาไปกับการพิจารณาและเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ที่เหมาะกับธุรกิจสักเครื่อง ทั้งยังต้องลงทุนไปเป็นเงินจำนวนมาก แน่นอนธุรกิจของท่านจึงต้องการเครื่องพิมพ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการและมีอายุการใช้งานยาวนานตามที่ควรจะเป็น พร้อมความคาดหวังถึงการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมโดยเฉพาะหากธุรกิจของท่านเป็นธุรกิจขนาดเล็ก

ตลับหมึกเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพิมพ์งาน โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องใช้เครื่องพิมพ์ออกแบบหรือการทำสำเนา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องหาเครื่องพิมพ์เลเซอร์หรือเครื่องถ่ายเอกสารที่มีตลับหมึกที่สามารถใช้งานได้ดี คุณควรที่จะเปลี่ยนตลับหมึกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานของเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสาร

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่มีคุณภาพดี ตลับหมึกควรจะพิมพ์ได้ไม่น้อยกว่า 7,000 หน้าต่อสีและอย่างน้อย 9,000 หน้าในสีดำและสีขาว เครื่องพิมพ์เลเซอร์นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทและต้องการการบำรุงรักษาน้อย ตลับหมึกมักจะใช้งานง่ายและยังสามารถเติมหมึกและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนใหญ่ผู้ผลิตจะแนะนำให้เติมหมึกไม่เกินสามครั้ง ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์มีประโยชน์กว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท  เครื่องพิมพ์เลเซอร์สามารถละลายภาพที่ลงในหน้าที่พิมพ์ เพื่อที่จะไม่เปื้อนหรือเปียกหากโดนน้ำ ส่วนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทต้องใช้ระยะเวลานานกว่ามาก สิ่งที่จะต้องพิจารณาก็คือว่าหมึกพิมพ์จะมีวันหมดอายุ ถ้ามันถูกเก็บไว้ในถุงที่ปิดผนึกแล้ววันหมดอายุอาจไม่ได้มากเสมอไป แต่ถ้ากระเป๋าถูกเปิดและหมึกพิมพ์โดนความชื้นแล้วควรจะต้องดูวันหมดอายุให้ดีๆ และหมึกในเครื่องพิมพ์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งมักจะมีอายุนานกว่าตลับหมึกที่ถูกเก็บไว้ในพื้นที่อับ เช่น ตู้เก็บของหรือชั้นใต้ดิน

วันนี้ส่วนใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีอยู่ทั่วไปนั้น สามารถหาซื้อได้แล้วตามร้านค้าออนไลน์แล้ว การค้นหา สินค้า และส่วนลดต่างๆ เช่น การซื้อ ตลับหมึก และ หมึกพิมพ์ ทางออนไลน์จึงมักเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะจะถูกกว่ามากหากซื้อจากร้านค้าปลีกนั่นเอง