เลือกเครื่องพิมพ์ยังไงให้เหมาะสมกับการใช้งาน

%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c

 

เครื่องพิมพ์หรือปริ้นเตอร์ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับงานเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นในองค์กรและพิมพ์เอกสารเพื่อใช้งานพิมพ์เอกสารทั่วไป โดยลักษณะผู้ใช้งานในแต่ละรูปแบบของการพิมพ์ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของการใช้งาน เรามาทำความรู้จักกับเครื่องพิมพ์ในแต่ละรูปแบบกัน โดยจะแยกตามการใช้งานทั่วไป ดังนี้

  1. เครื่องพิมพ์ดอตเมตริกซ์ เป็นเครื่องพิมพ์ประเภทเครื่องแบบหัวเข็ม ลักษณะการทำงานนั้นจะเป็นในรูปแบบของผ้าหมึกคล้าย ๆ กับการทำงานของเครื่องพิมพ์ดีด ส่วนใหญ่เรามักจะพบเจอเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ตามสำนักงาน ซึ่งข้อดีของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือความประหยัดของหมึกเมื่อเทียบกับตลับหมึกแบบบอื่น ๆ โดยความละเอียดของตัวหมึกนั้นจะสามารถรองรับการพิมพ์ความละเอียดสูงสุดได้ที่ 360X360 จุดต่อตารางนิ้ว โดยจำนวนของหัวพิมพ์ส่วนใหญ่นั้นจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ 24 และ 32 หัวเข็ม ยิ่งหัวเข็มมากก็สามารถพิมพ์งานได้ละเอียดขึ้นไปด้วย โดยส่วนใหญ่เครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกซ์จะเป็นหัวพิมพ์แบบสีเดียว เพื่อใช้สำหรับพิมพ์ตัวอักษรเป็นหลัก ดังนั้น งานพิมพ์จะเป็นงานเอกสารเป็นส่วนใหญ่ เครื่องพิมพ์ในลักษณะนี้เหมาะกับผู้ใช้แบบสำนักงานมากกว่า เพราะด้วยข้อจำกัดของกระดาษที่จะต้องเป็นกระดาษเฉพาะแบบยาวในการพิมพ์

ส่วนจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือ ตลับหมึกที่สามารถพิมพ์งานได้ยาวนาน จึงช่วยประหยัดงบในการซื้อตลับหมึกได้มาก เพราะเครื่องสามารถพิมพ์ได้เป็นเวลายาวนาน

  1. เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ เป็นอีกหนึ่งประเภทของเครื่องพิมพ์ที่ให้คุณภาพในการพิมพ์สูงสุด ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์พรินเตอร์นี้ราคาค่อนข้างจะสูง รวมไปถึงราคาของหมึกพิมพ์ที่สูงอีกด้วย โดยหลักการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์นี้เป็นการใช้ความร้อนในการรีดหมึกออกมา ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบกาารพิมพ์ให้รองรับทั้งการพิมพ์แบบเลเซอร์สีและเลเซอร์ขาวดำ โดยเราเรียกกันว่า เครื่องพิมพ์เลเซอร์พรินเตอร์ขาว-ดำ และเครื่องเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ซึ่งคุณสมบัติการพิมพ์ในเรื่องของการพิมพ์นั้นมีความไวสูง และคุณภาพในการพิมพ์ถือว่ามีคุณภาาพที่สุดแล้ว ด้วยหมึกที่รีดด้วยความร้อนจากผงหมึกที่ให้ความละเอียดได้ดีกว่า Inkjet และยังรักษารายละเอียดต่าง ๆ ให้คงที่อยู่ได้เมื่อโดนน้ำ ทำให้เครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีราคาที่สูง บวกกับการพัฒนาของผู้ผลิตเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่ทำเอาเทคโนโลยีมัลติฟังก์ชันเข้ามาใช้ เพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวกขึ้นของผู้ใช้ทำให้การทำงานของผู้ใช้งานทำได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งพิมพ์ผ่านระบบไร้สาย รองรับการพิมพ์ผ่านระบบเครือข่าย ส่ง Fax และทำการ Scan หรือถ่ายเอกสาร ถือว่าเป็นเครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชันได้อีกเช่นกัน ในเรื่องของจุดเด่นของเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์นี้ก็มีอยู่ไม่น้อย คือ พิมพ์เร็วและเงียบที่สุด คุณภาพหมึกที่ดี และยังกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง รองรับการพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ รองรับการใช้งานอื่น ๆ เช่น งานถ่ายเอกสาร งานแสกนและงานเอกสารอื่น ๆ และอีกทั้งยังรองรับการใช้งาน Fax ได้รองรับการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายได้อีกด้วย

 

  1. เครื่องพิมพ์แบบอิงก์เจ็ต เป็นเครื่องพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานธรรมดาอย่างนักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงกลุ่มองค์กรก็ดี ในการทำงานของตัวเครื่องอิงก์เจ็ตนั้นจะเป็นลักษณะของการฉีดน้ำหมึกลงบนตัวกระดาษ โดยจะรองรับการพิมพ์ทั้งภาพสีและดำ ซึ่งผู้ผลิตแต่ละค่ายก็จะมีคุณภาพหมึกและราคาแตกต่างกันไป โดยราคาหมึกนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อในระดับหนึ่ง เพราะราคาหมึกหลังจากซื้อนั้นมีราคาที่แตกต่างกัน และอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับเครื่องพิมพ์แบบอิงก์เจ็ต ก็คือ เครื่องพิมพ์บางรรุ่นนั้นยังสามารถรองรับการพิมพ์กระดาษขนาดมากกว่า A4 ได้อีกด้วย สามารถรองรับการพิมพ์กระดาษขนาดกว้าง ๆ ได้ถึงขนาด A3 ซึ่งในปัจจุบันทางผู้ผลิตก็พยายามพัฒนาเครื่องพิมพ์ให้รองรับการใช้งานในระบบบข้อมูลเข้าเครื่องพิมพ์ได้สะดวกมากขึ้่นด้วยการใส่ USB เข้ามาเพิ่มความสะดวกในกาพิมพ์ เพิ่มเครื่องแสกน เข้าไปในตัวเครื่อง เพื่อให้รองรับการพิมพ์เอกสารและลูกเล่นอื่น ๆ ที่รองรับการพิมพ์ที่มากขึ้น จนเรียกกันอีกรูปแบบว่า เครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชัน ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งาน และรองรับการใช้งานในรูปแบบของการพิมพ์เอกสารและงานภาพพิมพ์ต่าง ๆ รวมทั้งเพิ่มความสะดวกอื่น ๆ เข้าไปได้อีกด้วย

 

ในเรื่องของจุดเด่นของเครื่องพิมพ์แบบอิงก์เจ็ตก็มีอยู่มาก  คือ ราคาเครื่องถูกและหาซื้อง่าย รองรับกระดาษได้ทั้ง A4 และ A3 รองรับการพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ รองรับการใช้งานอื่นๆ อาทิเช่น งานถ่ายเอกสาร , งานแสกน และงานเอกสารอื่น ๆ อีกทั้งรองรับการใช้งาน Fax ได้อีกด้วย

วิธีการประหยัดต้นทุนการพิมพ์และลักษณะของตลับหมึกพิมพ์

วิธีการประหยัดต้นทุนการพิมพ์และลักษณะของตลับหมึกพิมพ์
ปรินเตอร์นับเป็นอุปกรณ์ไอทีอีกชนิดหนึ่งที่คนทั่วไปรู้สึกว่ามันเลือกซื้อยากพอๆ กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเลยทีเดียว แม้แต่คนไอทีเองบางครั้งก็เลือกไม่ถูกหรือแนะนำได้ไม่ตรงใจคนซื้อ จริงๆ แล้วปรินเตอร์ก็เหมือนกับอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ คือถ้ารู้ความต้องการของเรา และรู้ความสามารถของสิ่งที่ต้องการซื้อ

ตลับหมึกพิมพ์ที่นำเข้าเป็นตลับพลาสติกมีหลายรุ่น ขนาดต่างๆ กันแบ่งตามลักษณะได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้

  1. ตลับหมึกพิมพ์ ไม่มีหัวพิมพ์ ประกอบด้วยหมึกพิมพ์สี (สีดำหรือแม่สี) บรรจุตลับพลาสติก อาจมีสมาร์ทชิพประกอบร่วมอยู่ที่ส่วนหัว การใช้งานโดยการนำตลับใส่ในเครื่องให้คว่ำตลับลง เพื่อให้น้ำหมึกไหลไปยังหัวพิมพ์ฉีดหมึกโดยตรง หรือผ่านท่อพลาสติก กรณีเครื่องพิพม์องค์เจ็ตขนาดใหญ่จะติดตั้งสมาร์ทชิพเพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำหมึกพิมพ์ว่าเพียงพอสำหรับงานพิมพ์แต่ละครั้งด้วย
  2. หัวพิมพ์อิงค์เจ็ท หรือ หัวพิมพ์อิงค์เจ็ทและตลับล้างหัวพิมพ์จัดเป็นชุดเพื่อการขายปลีก ลักษณะของหัวพิมพ์ประกอบด้วยตลับรองรับน้ำหมึก ห้องพ่นหมึก แผนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ตัวต้านทานความร้อนและหัวฉีดหมึกแต่ละห้องพ่นหมึก ซึ่งมีรูขนาดเล็กมาก จำนวนมากถึง 408 หัวฉีด การทำงานเมื่อกระแสไฟฟ้าถูกปล่อยเข้าตัวต้านทานทุกห้องพ่นหมึกที่ต้องการพ่นหมึกให้เป็นตัวอักษร ตัวต้านทานจะถูกทำให้ร้อนขึ้นจนถึงอุณหภูมิ 4800C จนน้ำหมึกกลายเป็นฟองอากาศเกิดแรงดันที่ผิวของน้ำกับหมึก ทำให้น้ำหมึกขนาดเล็กหลุดออกจากหัวฉีดไปถูกกระดาษ กรณีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตขนาดใหญ่เมื่อมีการใช้งานมากน้ำหมึกจะติดที่หัวพิมพ์ จะมีตลับล้างหัวพิมพ์มาด้วย สำหรับติดตั้งในเครื่องเพื่อเช็ดทำความสะอาด
  3. ตลับหมึกพิมพ์ที่มีหัวพิมพ์อิงค์เจ็ทติดตั้งอย่างถาวร หรือตลับหมึกพิมพ์ ตลับหัวพิมพ์ และตลับล้างหัวพิมพ์จัดเป็นชุดเพื่อการขายปลีก สินค้าชนิดที่ 3 มี 2 ประเภท คือ ประเภทหนึ่งออกแบบมาใช้กับเครื่องพริ้นเตอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องพิมพ์องค์เจ็ตขนาดใหญ่ อีกประเภทหนึ่งออกแบบใช้กับเครื่องจักร หรือเครื่องอุปกรณ์หลายชนิด

วิธีการประหยัดต้นทุนการพิมพ์

  1. ใช้โหมดการพิมพ์ดราฟท์หากยังไม่ใช่สำเนาชุดที่จะใช้จริง
  2. ใช้ฟอนท์ขนาดเล็กลงหากพิมพ์เพียงเพื่อจะตรวจสอบเท่านั้น
  3. ควรเปิดเครื่องไว้เพราะทุกครั้งที่เปิดหรือปิดเครื่องนั้นพรินเตอร์จะไล่หมึกทิ้งเพื่อทำความสะอาดหัวพิมพ์
  4. เลือกพรินเตอร์แบบตลับหมึกแยกสีหากคุณพิมพ์ภาพถ่ายเป็นจำนวนมาก เพื่อให้คุณได้ประหยัดเพราะจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนตลับหมึกทั้งหมดเมื่อหมึกหมดเพียงหนึ่งหรือสองสี
  5. ใช้กระดาษให้คุ้มค่าที่สุด เช่นพิมพ์ภาพขนาด 4R สี่ภาพบนกระดาษ A4 เพียงแผ่นเดียว

คำแนะนำในการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ให้ตอบโจทย์มากที่สุด

ในทุกบ้านมักจะมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตใช้กันเกือบหมดแล้ว  ซึ่งช่วยให้เราสะดวกสบายกว่าแต่ก่อนมาก   แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะเป็นสิ่งจำเป็นคู่กันกับการใช้ pc หรือ notebook  ก็คือการมี printer ไว้สำหรับพิมพ์งานต่างๆ ตามที่เราต้องการ แต่ printer ในสมัยนี้กับมีให้เลือกหลากหลายรุ่น และด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายทำให้เป็นการยากที่จะเลือกเครื่องพิมพ์ดีๆ ในบทความนี้จึงขอแนะนำวิธีการเลือกเครื่องพิมพ์ให้ตอบโจทย์มากที่สุด

เทคนิคในการเลือกเครื่องพิมพ์ มีดังนี้

1.คิดถึงความต้องการของตัวเอง ให้คิดถึงความต้องการใช้งาน ณ ปัจจุบันก่อนเป็นอันดับแรก  เช่น ปรินท์งานเอกสารขาวดำมากที่สุด รองลงมาคือปรินท์สี หรือเอาแบบง่ายที่สุดคือให้คิดเฉพาะว่าเราปรินท์แบบไหนบ่อยที่สุดแล้วมันจะนำไปสู่ปรินเตอร์แบบที่เราต้องการจริงๆ

2.อย่าเปรียบเทียบความเร็วในการพิมพ์จากคำที่บริษัทใช้โฆษณา แต่ให้เทียบความเร็วในการพิมพ์ที่ความละเอียดที่เราต้องการใช้งาน เพราะเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตจะใช้ความเร็วสูงสุดเป็นจุดขาย แต่เราจะใช้งานที่ความละเอียดสูงบ่อยกว่ามาก

3.ก่อนจะซื้อเครื่องพิมพ์ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ของผู้ผลิตเสียก่อน เพื่อดูว่าบริษัทมีการอัพเดตไดรเวอร์และมีข้อมูลทางเทคนิคบริการเอาไว้ให้

4.อิงค์เจ็ตหรือเลเซอร์ ปรินเตอร์อิงค์เจ็ตและเลเซอร์นั้นสามารถตอบสนองงานได้หลายประเภทมากกว่าและสนนราคาก็จับต้องได้มากกว่าด้วย

5.ความเร็ว ความเร็วในการพิมพ์นั้นมักจะมีหน่วยเป็นจำนวนหน้าต่อนาทีหรือ Page per Minute (PPM) ยิ่ง PPM มากก็ยิ่งดี

6.กระดาษที่รองรับ คนส่วนมากใช้กระดาษ A4 ในการปรินท์ หรือบางคนทำงานกับกระดาษขนาดที่ไม่ใช่ A4 ก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย จึงเป็นเรื่องดีกว่าถ้าเราจะมองหาปรินเตอร์ที่สามารถใช้งานกับกระดาษได้หลายรูปแบบ

7.สำรวจงบประมาณที่ต้องการซื้อ ที่คุ้มค่ากับการใช้งาน ซึ่งหากตัดฟังก์ชันบางอย่างหรือคุณสมบัติที่ไม่ต้องการออกไป  ก็จะทำให้สามารถลดงบประมาณในการซื้อลงได้

8.การรับประกันและการบริการหลังการขาย ควรตรวจสอบดูให้ดีว่า printer ที่เราซื้อมานั้นมีการรับประกันหรือไม่อย่างไรบ้าง  เพื่อจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังหากเกิดปัญหาขึ้น   หรือมีการบริการอื่นๆ อีกหรือไม่

จากคำแนะนำข้างต้นการเลือกซื้อ printer ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คงพอจะทำให้คุณผู้อ่าน  สามารถซื้อ printer ที่คุ้มค่าและเหมาะสมได้มากที่สุด

วิธีจัดเก็บตลับหมึกพิมพ์ที่ควรทราบ

ตลับโทนเนอร์ ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆที่ไวต่อแสง อุณหภูมิและความชื้น ดังนั้น ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อรับประกันถึงประสิทธิภาพสูงสุด คุณภาพสูงสุดและอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด โดยเก็บตลับโทนเนอร์ไว้ในสภาพแวดล้อมเดียวกับการใช้งานเครื่องพิมพ์ ซึ่งควรมีการควบคุมสภาวะอุณหภูมิและความชื้น ตลับโทนเนอร์ควรอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ยังไม่เปิดออกจนกว่าจะนำมาใส่ในเครื่องพิมพ์ แต่ถ้าไม่มีบรรจุภัณฑ์เดิม ให้ใช้กระดาษคลุมทับช่องด้านบนสุดที่เปิดอยู่ของตลับโทนเนอร์และเก็บไว้ในตู้อับแสง การเปิดบรรจุภัณฑ์ของตลับโทนเนอร์ก่อนนำมาใช้จะทำให้อายุการใช้งานลดลง ที่สำคัญห้ามเก็บตลับโทเนอร์ไว้บนพื้น ถ้านำตลับโทเนอร์ออกจากเครื่องพิมพ์ ให้เก็บตลับโทเนอร์อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ เช่น

1.เก็บตลับโทนเนอร์ไว้ภายในถุงป้องกันของบรรจุภัณฑ์เดิม

2.เก็บโดยวางไว้ในแนวนอน โดยให้หันด้านที่ติดตั้งเข้าในเครื่องพิมพ์ขึ้นด้านบน

3.อย่าเก็บอุปกรณ์สิ้นเปลืองไว้ในสภาพต่อไปนี้:

4.อุณหภูมิที่สูงกว่า 40 องศา

5.ช่วงของความชื้นน้อยกว่า 20% และไม่เกิน 80%

6.สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงของความชื้นหรืออุณหภูมิอย่างรวดเร็ว

7.สัมผัสโดนแสงแดดหรือแสงภายในห้องโดยตรง

8.บริเวณที่มีฝุ่น

9.เก็บไว้ในรถยนต์เป็นเวลานาน

10.สภาพแวดล้อมที่มีแก๊สที่มีฤทธิ์กัดกร่อน

11.สภาพแวดล้อมที่อากาศมีไอระเหยของเกลือเจือปนอยู่

โดยอายุการใช้งานตลับโทเนอร์ที่ประมาณไว้ จะขึ้นอยู่กับปริมาณของโทเนอร์ที่งานพิมพ์ต้องการ จำนวนการพิมพ์ได้ที่แท้จริงอาจแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับความเข้มหมึกของหน้าเอกสารที่พิมพ์ สภาพแวดล้อมในการทำงาน รอบระยะเวลาในการพิมพ์ ประเภทของวัสดุที่ใช้พิมพ์ และขนาดของวัสดุที่ใช้พิมพ์ หากพิมพ์ภาพกราฟิกเป็นจำนวนมาก จะทำให้สิ้นเปลืองโทนเนอร์สูงและอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนตลับโทนเนอร์บ่อยครั้งขึ้น

ดังนั้น เพื่อให้เกิดการใช้งานของตลับหมึกพิมพ์ที่ยาวนานขึ้น ควรจะต้องมีการจัดเก็บตลับหมึกในที่ที่เหมาะสมพร้อมทั้งดูแลรักษาเป็นอย่างดี เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ตลับหมึกสามารถที่จะมีระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกด้วย

การดูแลและรักษาเครื่องพิมพ์ให้อยู่ไปนานๆ

การตัดสินใจซิ้อเครื่อง

การตัดสินใจซิ้อเครื่องพิมพ์ นอกจากจะพิจารณาราคาเริ่มต้นของการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์แล้ว สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ ความคุ้มค่า คุ้มราคาในการใช้งานในระยะยาว ที่สำคัญควรจะมีการดูแลรักษาเครื่องพิมพ์เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานด้วยกันดังนี้

– การตัดสินใจซิ้อเครื่องพิมพ์ นอกจากจะพิจารณาราคาเริ่มต้นของการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์แล้ว สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ ความคุ้มค่า คุ้มราคาในการใช้งานในระยะยาว ที่สำคัญควรจะมีการดูแลรักษาเครื่องพิมพ์เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานด้วยกันดังนี้

– ดูแลหัวพิมพ์ของเครื่องพรินเตอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันของหัวพิมพ์พรินเตอร์ได้ เพราะบ่อยครั้งที่มีน้ำหมึกบางส่วนตกค้างแล้วไหลไปจับกันเป็นคราบที่บริเวณส่วนปลายของหัวพิมพ์แล้วทำให้ตลับหมึกออกอาการแปลก ๆ หรือสีเพี้ยน รูปภาพขนาด ซึ่งวิธีแก้ไข คือ นำตลับหมึกออกมาจากพรินเตอร์แล้วค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณหัวพิมพ์ด้วย Cotton buds ห้ามใช้กระดาษชำระและแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด และต้องใช้ความระมัดระวังในการใส่ตลับหมึกเข้าและดึงออกด้วย เพื่อไม่ให้ช่องใส่ตลับหมึกหักเสียหาย การรักษาความสะอาดของหัวพิมพ์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้งานพิมพ์ที่ได้มีปริมาณมากขึ้น

– การเก็บรักษาพรินเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน โดยต้องเก็บไว้ในสภาพที่มีตลับหมึกอยู่ในเครื่องด้วย เพราะการนำตลับหมึกออกจะเป็นการเปิดให้อากาศเข้ามา ทำให้ท่อทางเดินน้ำหมึกแห้ง

– บำรุงรักษาเครื่องพรินเตอร์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหาการทำงานที่ผิดปกติของเครื่องพรินเตอร์ เช่น การหมั่นกำจัดเศษกระดาษ และเศษฝุ่นผง เพราะการทำความสะอาดด้วยการเป่าเศษผงและฝุ่นออกด้วยเครื่องเป่าลมธรรมดา ๆจะช่วยให้เครื่องพรินเตอร์ของเราสามารถป้อนกระดาษได้อย่างไม่ติดขัดและอีกอย่างคือการจับตลับหมึกในขณะเปลี่ยนตลับหมึกอย่างระมัดระวังก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรต้องคำนึงถึง

– อย่าให้หัวพิมพ์อุดตัน เพราะจะทำให้งานพิมพ์ที่ได้เป็นลายเส้น ๆ พาดหน้ากระดาษหรือหมึกสีจางกว่าปกติ ที่สำคัญอย่าปล่อยให้ตลับหมึกพิมพ์ที่เคยใช้งานแล้ววางทิ้งไว้เฉย ๆ นอกเครื่องพรินเตอร์ เพราะจะทำให้หมึกแห้งหมด

– การทำความสะอาด Roller ที่ใช้ดึงกระดาษที่สามารถซับน้ำได้ดีแล้วฉีดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียให้หมาด ๆ จากนั้นก็ป้อนเข้าไปในพรินเตอร์ซ้ำ ๆ ประมาณ 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นก็ป้อนกระดาษธรรมดาเข้าไปเพื่อซับให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยล้างคราบหมึกและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนลูกกลิ้งกระดาษได้แล้ว

–  ควรปิดและเปิดเครื่องพิมพ์ด้วยสวิตซ์ เพราะเครื่องพิมพ์จะเก็บและทำความสะอาดหัวหมึกหลังจากกดสวิตซ์ปิดที่ตัวเครื่อง ที่สำคัญไม่ควรถอดปลั๊กไฟเนื่องจากจะทำให้เครื่องพิมพ์เสียเร็ว

– ไม่ควรนำหมึกต่างยี่ห้อมาเติม เพราะจะทำให้ตลับหมึกอุดตันได้รวดเร็วขึ้น แถมหมึกเติมที่ไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้หัวพิมพ์เสียหายได้อีกด้วย

– ควรเปลี่ยนน้ำหมึกเมื่อมันเตือนว่าหมด เช่น ในกรณีที่หมึกสีหมดแต่ก็ยังจะฝืนพิมพ์งานขาว-ดำต่อ เพราะคิดว่าหมึกดำยังเหลือ ไม่ได้ใช้หมึกสี ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ในความเป็นจริงความร้อนที่หัวพิมพ์ก็ยังคงมีอยู่ เมื่อเราฝืนพิมพ์จะทำให้ความร้อนที่หัวพิมพ์เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่มีน้ำหมึกมาหล่อเลี้ยง ซึ่งอาจมีผลให้เครื่องพิมพ์เสียหายได้